เรื่องเล่า...จากครูโยคะ
เรื่องเล่า...จากครูโยคะ เป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆจากประสบการณ์การสอนโยคะของครูจิมมี่ ถ่ายทอดออกมาเป็นบทความ สอดแทรกอารมย์ขัน เหมาะกับผู้ที่สนใจในการฝึกโยคะ, ครูฝึกโยคะและทุกๆคน ทุกเพศทุกวัย
สำหรับทุกๆท่านที่เพิ่งจะเข้ามาใช้บริการ อ่านบล็อก เรื่องเล่า...จากครูโยคะ โดยครูจิมมี่ สามารถเลือกคลิ๊กเข้าไปอ่าน บทความอื่นๆได้ ที่เดือนต่างๆ ซึ่งเรียงอยู่ทางด้านขวามือของบทความ ขอบพระคุณมากครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป...นมัสเต...
สำหรับทุกๆท่านที่เพิ่งจะเข้ามาใช้บริการ อ่านบล็อก เรื่องเล่า...จากครูโยคะ โดยครูจิมมี่ สามารถเลือกคลิ๊กเข้าไปอ่าน บทความอื่นๆได้ ที่เดือนต่างๆ ซึ่งเรียงอยู่ทางด้านขวามือของบทความ ขอบพระคุณมากครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป...นมัสเต...
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
โยคะเวิร์คชอฟ โดยครูจิมมี่ @ จ.ขอนแก่น
โยคะเวิร์คชอฟ โดยครูจิมมี่ @ จ.ขอนแก่น
วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555
9.00-12.00น. Introduction to Hatha Vinyasa Yoga
เรียนรู้เพื่อก้าวไปสู่การฝึกโยคะสไตล์หฐะวินยาสะ
(เหมาะสำหรับ ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ฝึกขั้นกลาง)
14.00-17.00น. Standing Technique for Yoga Asana
เทคนิคและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน
(เหมาะกับผู้ฝึกโยคะทุกระดับความสามารถ)
สถานที่ : โรงแรมอำนวยสุข ถ.มิตรภาพ จ.ขอนแก่น
ราคา 950 บาท/คน
พิเศษ Early Bird สมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2555 ***ราคา 800บาท/คน เท่านั้น***
(หมายเหตุ ราคาดังกล่าวนี้ไม่รวมอาหารกลางวัน, ผู้เข้าฝึกอบรมทุกๆท่านจะต้องเตรียมเสื่อโยคะและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการฝึกโยคะมาเอง)
สอบถามรายละเอียดที่ ครูฝน ฮาริโอม ขอนแก่น : 087-637-9987 หรือ 081-307-2828
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.yogaaum.com หรือ www.facebook.com/yogaaum
***ในงานพบกับสินค้า Manduka, YogaAum เสื้อผ้าโยคะ Tonic, Be Present พร้อมทั้งมีหนังสือโยคะ มาลดพิเศษมากมายได้ในงานนี้**
แล้วพบกันในโยคะเวิร์คชอฟครั้งนี้ของผมที่จังหวัดขอนแก่นนะครับทุกๆท่าน...
ขอพลังแห่งโยคะ ความรักและศรัทธาจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา
โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่
ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
วันเสาร์ที่18-อาทิตย์ที่19 สิงหาคม 2555
สาวกโยคะชาวหาดใหญ่ สงขลา และชาวจังหวัด ใกล้เคียงทุกๆท่านครับ ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์
โดยครูจิมมี่ ในวันเสาร์ที่18 และอาทิตย์ที่19 สิงหาคม 2555 ณ โรงแรมเอเชี่ยน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555
9.00-12.00น. Applied Bandha Technique for Yoga Asana.(การนำเทคนิคของการฝึกพันธะเพื่อมาประยุกต์ใช้สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
14.00-17.00น. Standing Technique for Yoga Asana.(เทคนิคในการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่า ยืนแบบต่างๆ)
อาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555
9.00-12.00น. Counter Poses for Yoga Asana.(การเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อ ขั้นพื้นฐานและการออกแบบท่าแก้ สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
14.00-17.00น. Twisted Series for Yoga Asana.(ท่าชุดสำหรับการฝึกโยคะอาสนะด้วยการบิดตัวแบบต่างๆ)
สมัครและโอนเงินก่อน ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ด้วยราคาพิเศษ
๑ วัน, ๒ คลาส ราคา ๑,๘๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๓,๐๐๐ บาท
สมัครและโอนเงินหลังจากวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ราคาจะปรับขึ้นเป็น
๑ วัน, ๒ คลาส ราคา ๒,๐๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๓,๕๐๐ บาท
หมายเหตุ ราคาดังกล่าวนี้ รวมบุฟเฟ่ต์อาหารมื้อกลางวันและอาหารว่าง ทั้ง ๒วัน
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครูปุ้ม โทร.089-870-1772
แล้วพบกันในเวิร์คชอฟครั้งนี้ของผมที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นะครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555
โยคะเวิร์คชอฟ โดยครูจิมมี่ (งานครบรอบ 2ปี โยคะหัวหิน)
โยคะเวิร์คชอฟ โดยครูจิมมี่ (งานครบรอบ 2ปี โยคะหัวหิน)
อาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2555 (เวลา 9:00-16:00น.)
ณ โยคะหัวหิน จ.ประจวบฯ
เป็นอีกครั้งหนึ่งครับที่ผมได้รับเกียรติอย่างสูง จากทาง "โยคะหัวหิน" เพื่อไปเปิดโยคะเวิร์คชอฟเนื่องในโอกาสครบรอบ 2ปี ของโยคะหัวหิน ซึ่งเป็นการเปิดโยคะเวิร์คชอฟ แบบหนึ่งวันเต็ม สองหัวข้อ
9:00-11:30น. Hip Openers Series for Yoga Asana
ซีรี่ส์ท่าฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก
13:30-16:00น. Basic Arm Balance for Yoga Asana
พื้นฐานการฝึกโยคะอาสนะในกลุ่มท่าอาร์มบาลานซ์
พิเศษในงานนี้ จะได้พบกับสินค้าโยคะราคาพิเศษ โดย"โยคะโอม" อาทิ เสื่อโยคะแมนดูกะ และเสื้อผ้าอีซี่โยคะ...ฝึกโยคะพร้อมช้อปปิ้งสินค้าโยคะ...
รับจำนวนจำกัดเพียง 30ท่านเท่านั้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราคงจะมีโอกาสได้พบกันในเวิร์คชอฟครั้งนี้ของผมที่โยคะหัวหินนะครับ!
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 083 108 9300 และ 089 744 6318
วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555
3 หนุ่ม 3 มุม 3 สไตล์ เวิร์คช๊อป กับ Manduka Ambassador
3 หนุ่ม 3 มุม 3 สไตล์ เวริค์ช๊อป กับ Manduka Ambassador
ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1-2 กันยายน 2555 ที่อาคารจัสมิน ซิตี้ สุขุมวิท 23 กทม.
จัดเต็ม จัดหนัก สนุกสนาน มากยิ่งขึ้น กับการฝึกโยคะแบบไร้ขีดจำกัด และที่สำคัญการฝึกโยคะกับกา
และยิ่งไปกว่านั้น ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด ทางโยคะโอมได้เชิญ Guest Speaker อาจารย์ กันดาร์ วิศวัส มานดริก (ริชิ ธรรมะจันทรา) Gandhar Vishwas Mandlik (Rishi Dharmachandra) จากสถาบัน โยคะวิทยากูรูคูล (Yoga Vidya Gurukul) ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอินเ
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555
8.00 – 10.00 : อาจารย์ กันดาร์ วิศวัส มานดริก (ริชิ ธรรมะจันทรา) Guest Speaker : Anatomy & Physiology of Asana or Yoga poses
10.30 – 12.30 : ครูสถิตย์ : “Jump Jump Jump technic (เทคนิคการจั๊ม)
เทคนิคการใช้บล็อก ช่วยในการ Jump forward and Jumping back เป็นการเรียนเทคนิคในการใช้
14.00 – 15.30 : ครูอี๊ด โยคะสวนลุม : “การบริหารข้อต่อหัวไหล่เพื
เป็นชุดฝึกบริหารข้อต่อแนวร
15.30 - 17.30 : ครูจิมมี่ :Yoga Core Strength "From Hard Core to design Your Core"
บริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำต
เวิร์คชอฟนี้ออกแบบโดยครูจิ
การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณแกนก
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555
8.00 – 10.00 : : ครูสถิตย์ : การใช้ยางยืดกระชับสัดส่วนข
10.30 – 12.30 : ครูจิมมี่ : Super Hips Opener Series for Yoga Asana(สุดยอดท่าชุดเพื่อการบริหา
ในเวิร์คชอฟนี้ จะเป็นการรวบรวมท่าบริหารข้
14.00 – 15.30 : อาจารย์ กันดาร์ วิศวัส มานดริก (ริชิ ธรรมะจันทรา) Guest Speaker : Yoga for back problem
15.30 - 17.30 : ครูอี๊ด โยคะสวนลุม : “แมวหมาพาเพลิน”
ซีรี่ย์อาสนะ “แมวหมาพาเพลิน” พบกับความมหัศจรรย์ของชุดดั
เวิร์คช๊อปวันละ ราคา 3000 บาท (ทั้งหมด 4 sessions)
Early Bird ราคาลดเหลือ 2500 บาทต่อวัน (ทั้งหมด 4 session) สมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงก่อนสิ้นเดือน July 31, 2012 เท่านั้น
สมัคร 1 วัน จะได้รับ Aumstrap 3 m มูลค่า 390 บาท ฟรี
สมัคร 2 วัน จะได้รับ Topro Yoga toning Band มูลค่า 480 บาท ฟรี
รีบสมัครด่วน….รับจำนวนจำกัด สมัครได้ที่ 084-928-4888, 088-318-8686
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.yogaaum.com, www.facebook.com/yogaaum
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
โยคะเวิร์คชอฟ โดยครูปอนด์ ที่ฟิตสตูดิโอ(10 มิ.ย. 2555)
การออกแบบอาสนะต่างๆในการฝึกโยคะให้สมบูรณ์แบบและลงตัวตามความสามารถทางสรีระของผู้ฝึก
วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 (13.00-16.00น.) ทาง ฟิต สตูดิโอ ขอเชิญแฟนๆบล็อกทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอฟ หัวข้อ"ออกแบบการฝึกโยคะอาสนะให้เหมาะสมกับการฝึกโยคะของตัวคุณเอง" Yoga Asana Instruction to Variations โดยครูปอนด์, นัฐกร สุภธีระ
ครูปอนด์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางด้านพลศึกษา จาก มศว.และทำงานอยู่ในแวดวงการศึกษาได้ไม่นานนัก ก็ผลันตัวมาทำงานเป็นครูฝึกในฟิตเนสชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านใจกลางกรุง ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำในสิ่งที่ตนเองรัก นั่นก็คือการสอนโยคะแบบอิสระ
ครูปอนด์ จบหลักสูตรครูสอนโยคะ(200ชั่วโมง)จากสถาบันฟิต ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาเพิ่มเติมในคอร์ส "Yogi Study" ที่ Bihar Yoga School(มหาวิทยาลัยโยคะแห่งแรกของโลก เมืองพิหาร) ประเทศอินเดีย
นับเป็นโอกาสที่ดี ที่ครูปอนด์จะได้นำความรู้และประสบการณ์ต่างๆมาร่วมแบ่งปันให้กับทุกๆท่านที่มีความสนใจในศาสตร์แห่งโยคะ
ชำระเงินหรือโอนเงินหลังจากวันที่ 31พฤษภาคม ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จะปรับขึ้นเป็นท่านละ 1,000บาท
รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน
สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเพลินจิต ของครูจิมมี่ ชื่อบัญชี นายยุทธนา พลเจริญ เลขที่บัญชี 205-0-611-07-4
หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282 และ 02 650 9242
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282 และ 02 650 9242
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555
อาจเป็นบททดสอบจากเบื้องบน..สำหรับคนสอนโยคะอย่างผม
อาจเป็นบททดสอบจากเบื้องบน..สำหรับคนสอนโยคะอย่างผม
(อาจจะเป็นอวตารแห่งพระศิวะแอบมาทดสอบครูสอนโยคะอย่างผมก็เป็นได้)
ผมมีประสบการณ์หนึ่งเกี่ยวกับการสอนโยคะของผมที่อยากจะแชร์ให้ทุกๆท่านได้อ่านครับ ผมยังคงจดจำเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างแม่นยำและไม่มีวันลืมเลือน...
เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นกับผม สักประมาณเมื่อ8-9ปีที่แล้วครับ แน่นอนครับ ตอนนั้นผมเองก็เพิ่งจะเริ่มสอนโยคะได้ไม่นานล่ะครับ น่าจะสอนโยคะได้เพียงแค่2-3ปีเท่านั้น(เป็นช่วงที่กำลังร้อนวิชา...แต่ก็มีบาดแผลในใจพอประมาณจากการสอนโยคะแล้วล่ะครับ ณ ตอนนั้น) มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชื่อท่าฝึกโยคะอาสนะต่างๆที่ผมใช้สอนน่ะครับ คงพอจะเข้าใจใช่ไหมล่ะครับ ว่าท่าโยคะน่ะมีเย๊อะโคตรๆ เราก็ต้องเลือกเอาล่ะครับ ว่าเราจะเลือกจดจำชื่อท่าโยคะอาสนะแต่ล่ะท่าเป็น ภาษาอะไรดี ไทย / อังกฤษ / สันสกฤต ซึ่งระดับสติปัญญาอย่างผมก็คงจะจำชื่อท่าโยคะอาสนะได้เพียงบางท่าเท่านั้นล่ะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นท่าหลักๆที่เรามักจะใช้สอนเป็นประจำน่ะครับ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เรามักจะนำท่าโยคะอาสนะที่เราไม่รู้จักมาสอน เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างความท้าทายให้กับผู้ฝึก แต่ก็ไม่ได้เป็นท่าที่โหดร้ายทารุณหรือดัดตัวกันจนหนักหนาสาหัสมากเกินไป...แล้วก็มักจะมีคำถามตามมาทันทีล่ะครับว่า "ครูๆ ไอ้ท่าโยคะที่ครูสอนวันนี้มันชื่อท่าอะไรน่ะครับ เอ่อ.ที่ครูสอนใหม่วันนี้น่ะครับ?" บางท่าที่เรามีการตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี เราก็พอจะตอบได้ล่ะครับ...แต่มันเหมือนเป็นเวรกรรมตรงที่ว่าไอ้ท่าที่เขาชอบถามเราดันเป็นท่าที่เราไม่รู้ชื่อหรือจำชื่อไม่ได้(มันเป็นซะอย่างนั้น) อันนี้เกิดขึ้นกับผมเป็นประจำในช่วงนั้น ผมก็ทำเท่าที่สามารถทำได้ล่ะครับ ว่ากันตรงๆ ท่าไหนทราบก็บอก หากไม่ทราบก็บอกไปเลยว่าไม่ทราบแต่ถ้าเขายังอยากรู้อยู่ก็จะไปติดตามค้นคว้าเสาะแสวงหาให้
วันหนึ่ง เป็นวันที่ผมก็ต้องไปสอนโยคะตามปกติ ตามตารางชีวิตของผมนี่แหล่ะ ก็มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งรูปร่างกำยำล่ำสัน แต่ใส่แว่นตาดูเป็นประเภทคงแก่เรียนนิดๆ เข้ามาฝึกโยคะในคลาสของผมด้วย ส่วนใหญ่แล้วในคลาสโยคะที่ผมสอนโดยทั่วๆไป ประมาณ90เปอร์เซ็นต์จะเป็นสุภาพสตรีล่ะครับที่มาเข้าคลาส ส่วนอีก10เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นสุภาพบุรุษแท้บ้างไม่แท้บ้างประปรนกันไปตามแต่โอกาส สุภาพบุรุษท่านนี้พอจบคลาสแล้วก็เดินตรงปรี่มาหาผมทันทีเลยล่ะครับ มาพร้อมกับข้อสงสัยต่างๆนานาพอประมาณ แน่นอน เขาก็ถามชื่อท่าโยคะอาสนะที่เขาอยากทราบ...ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมก็ไม่ทราบไอ้ชื่อนั้นซะด้วย พร้อมกับถามต่อถึงสรรพคุณต่างๆของท่าดังกล่าวด้วย...เมื่อผมไม่ค่อยทราบข้อมูลมากนักจึงตอบไปเท่าที่ทราบแล้วก็บอกว่าจะไปค้นคว้าข้อมูลมาตอบให้ในครั้งต่อไปของการเรียนการสอน...
เมื่อถึงการสอนครั้งต่อไปที่นี่เวลาเดิมสุภาพบุรุษท่านนี้ก็มาตามนัดเลยล่ะครับ มาเข้าร่วมคลาสตามปกติทำท่าโยคะอาสนะได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกเป็นอย่างมาก(ไม่เหมือนบางท่านที่มาเข้าคลาสโยคะเพียงเพราะตามกระแสนิยม) พอผมสอนเสร็จเขาก็รีบเดินเข้ามาหาผมทันทีและผมจึงบอกชื่อท่าโยคะอาสนะที่ติดค้างไว้ในครั้งที่แล้วให้เขาทราบพร้อมทั้งสรรพคุณต่างๆของท่าโยคะอาสนะนั้น เขาค่อนข้างแสดงออกทางสีหน้าถึงความพึงพอใจเป็นอย่างมากกับคำตอบที่ได้รับ ผมก็คิดว่าเรื่องคงจะจบแล้ว แต่ไม่ครับพี่แกเอ่ยปากก่อนผมจะเดินหันหลังว่า "ครูครับอีกนิดหนึ่ง" ณ ตอนนั้นผมคิดในใจแค่ว่า ไอ้ที่ว่าอีกนิดหนึ่งของแกนี่ สงสัยคงไม่ใช่งานง่ายสำหรับฉันอีกแล้วล่ะมั๊งเนี่ย...ดังที่คิดไว้พี่แกรีบถามตามมาทันทีว่า"แล้วท่าวันนี้ล่ะครับครู ท่านี้ผมทำให้ดูครู แล้วพี่แกก็ทำท่าให้ดู ตอนสอนท่านี้ครูไปค่อนข้างไวน่ะครับ ผมว่าครูยังไม่ได้บอกชื่อท่าแล้วก็มันช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนไหนน่ะครับ???" มันมาอีกแล้ว (ที่ฉันไม่บอกชื่อท่าและสรรพคุณต่างๆและไปค่อนข้างไปไวสักนิดหนึ่งในการทำท่านี้เพราะฉันไม่ค่อยทราบข้อมูลของท่านี้อ่ะซิว๊ะ) ผมคิดในใจแค่ว่าเอาอีกแล้ว โดนอีกแล้วเรา...เช่นเคยผมก็บอกเขาเท่าที่ทราบ ไอ้ที่ไม่ทราบจะกลับไปทำการบ้านหาข้อมูลมาบอกให้ในครั้งต่อไป แล้วผมก็คิดในใจเล่นๆว่าแล้วทำไมถ้าเขาอยากทราบแล้วไม่ไปหาข้อมูลเอาเองล่ะ? พอมาคิดไปคิดมามันก็น่าสนใจตรงที่ว่า ถ้าเขาฝึกโยคะแล้วมาถามชื่อท่าฝึกกับครูผู้สอนโยคะว่าท่านี้ชื่ออะไร? แล้วครูผู้สอนดันตอบเขาไม่ได้ แล้วจะให้เขาไปถามกับใครล่ะครับ???...ถ้าคิดดีๆแล้วมันเป็นการบ่งบอกถึงการไม่ค่อยได้เอาใจใส่ในอาชีพของเรา เขาอาจจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นพวกสักแต่ว่าพอสอนได้ทำท่าโยคะอาสนะต่างๆได้..แล้วก็มาสอนไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับโยคะ ร่ำเรียนมาจากไหนก็ไม่รู้...
(หนังสือ Light on Yoga พี่ซิงซื้อมาฝากผมจากอินเดีย เมื่อวันที่๒๘สิงหาฯ๒๕๔๕)
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาตำราโยคะต่างๆก็มักจะอยู่ไม่ห่างกายผมเลยล่ะครับ ช่วงนั้นเล่มยอดฮิตที่สุดของผมก็คือ Light on Yoga ของท่าน บีเคเอส ไอเยนคาร์ ที่เลือกเล่มนี้เพราะว่าเล่มเดียวสามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ทั้งมีท่าเย๊อะ มีชื่อท่าครบถ้วน มีประโยชน์และข้อควรระวังต่างๆในแต่ละท่าอย่างชัดเจน และใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ระดับความสามารถภาษาน้อยนิดอย่างผมพอเข้าใจได้ไม่ยากนัก ช่วงนั้นเล่มนี้ก็จะติดกระเป๋าเกือบตลอดเวลาเลยล่ะครับ(ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็ยังอยู่ในชั้นวางหนังสือของผม..ถึงแม้นสภาพของมันจะค่อนข้างเสื่อมโทรมไปพอสมควรกับการเวลาก็ตาม แต่เห็นทีไรมีคุณค่าทางจิตใจและทำให้ผมได้หวนรำลึกนึกถึงเรื่องนี้เสมอ) ผมท่องจำชื่อท่าโยคะอาสนะรวมจนถึงประโยชน์ต่างๆของแต่ละท่าอยู่หลายสัปดาห์ โดยที่สุภาพบุรุษท่านนี้ที่มักมาเข้าคลาสโยคะกับผมสัปดาห์ละ ๑-๒ครั้ง ก็ยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม แต่ในครั้งหลังๆมานี้มันเกิดความเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากเดิมตรงที่ว่า ผมไม่ต้องกลับไปหาข้อมูลมาตอบแล้ว ผมสามารถตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับโยคะที่เขาอยากทราบได้แบบทันทีทันใด (ใครจะเชื่อว่า ณ ตอนนั้นผมสามารถจดจำชื่อท่าต่างๆเกือบทุกท่าแบบเป็นภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤตในหนังสือ Light on Yoga ได้จนหมดอย่างน่าอัศจรรย์ใจ)เขายิ้มอย่างพอใจแบบสุดๆและเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาจริงจัง, จริงใจและชื่นชม หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยพบเจอสุภาพบุรุษท่านนีในคลาสโยคะของผมอีกเลย ทั้งๆที่เขาเคยมาเข้าคลาสโยคะกับผมหลายครั้ง(คิดว่าไม่น่าจะถึง๑๐ครั้ง)และคุยกันหลายครั้งแต่ผมก็ไม่เคยถามชื่อ และสอบถามว่าเขาเป็นใครมาจากไหนเลย...ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ผมก็ไม่เคยพบเจอเขาอีกเลย...
จึงทำให้ผมเกิดคิดขึ้นมาแบบอาศัยหลักความเชื่อต่างๆตามปรัชญาแห่งโยคะเข้ามาเชื่อมโยงว่า...สุภาพบุรุษท่านนี้อาจจะถูกส่งมาจากที่ใดสักที่หนึ่งและมีภารกิจคือทำให้ผมมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นในการสอนโยคะ...เมื่อเขาเห็นว่าผมผ่านบททดสอบดังที่เขาพอใจแล้วเขาก็จากไปและอาจจะกำลังไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกันนี้กับครูสอนโยคะท่านอื่นๆก็เป็นได้ ที่บรรยายมานี้อาจจะเป็นบททดสอบจากเบื้องบน..สำหรับคนสอนโยคะอย่างผม หรือสุภาพบุรุษท่านนี้อาจจะเป็นอวตารแห่งพระศิวะที่มามาทดสอบครูสอนโยคะอย่างผมก็เป็นได้...ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่ผมพอจะทำได้เพื่อเป็นการตอบแทนคือผมจะทำหน้าที่ในการเป็นครูสอนโยคะของผมอย่างสุดความสามารถและทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ สาเหตุก็ง่ายๆแค่เพียงเพราะว่าการสอนโยคะเป็นอาชีพที่ผมรักและศรัทธา...ผมทำอาชีพนี้แล้วผมมีความสุข...
จงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว ในการทำในสิ่งที่คุณรักและศรัทธา...จงทำมันอย่างเต็มความสามารถ...ถึงแม้นว่าในบางครั้งคุณอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้กับความล้มเหลว จนนำมาสู่ซึ่งความท้อแท้และสิ้นหวัง... แต่ตราบใดที่คุณยังมีความรักและศรัทธา ความล้มเหลวที่ผ่านมาจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้คุณแข็งแกร่งและก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หวาดหวั่น ในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์
(ความกลัวและความวิตกกังวลจนมากเกินไป ทำให้ความสามารถที่แทจริงของคุณลดลง)
ขอพลังแห่งโยคะ ความรักและศรัทธาจงอยู่กับคุณตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
(อาจจะเป็นอวตารแห่งพระศิวะแอบมาทดสอบครูสอนโยคะอย่างผมก็เป็นได้)
ผมมีประสบการณ์หนึ่งเกี่ยวกับการสอนโยคะของผมที่อยากจะแชร์ให้ทุกๆท่านได้อ่านครับ ผมยังคงจดจำเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างแม่นยำและไม่มีวันลืมเลือน...
เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นกับผม สักประมาณเมื่อ8-9ปีที่แล้วครับ แน่นอนครับ ตอนนั้นผมเองก็เพิ่งจะเริ่มสอนโยคะได้ไม่นานล่ะครับ น่าจะสอนโยคะได้เพียงแค่2-3ปีเท่านั้น(เป็นช่วงที่กำลังร้อนวิชา...แต่ก็มีบาดแผลในใจพอประมาณจากการสอนโยคะแล้วล่ะครับ ณ ตอนนั้น) มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชื่อท่าฝึกโยคะอาสนะต่างๆที่ผมใช้สอนน่ะครับ คงพอจะเข้าใจใช่ไหมล่ะครับ ว่าท่าโยคะน่ะมีเย๊อะโคตรๆ เราก็ต้องเลือกเอาล่ะครับ ว่าเราจะเลือกจดจำชื่อท่าโยคะอาสนะแต่ล่ะท่าเป็น ภาษาอะไรดี ไทย / อังกฤษ / สันสกฤต ซึ่งระดับสติปัญญาอย่างผมก็คงจะจำชื่อท่าโยคะอาสนะได้เพียงบางท่าเท่านั้นล่ะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นท่าหลักๆที่เรามักจะใช้สอนเป็นประจำน่ะครับ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เรามักจะนำท่าโยคะอาสนะที่เราไม่รู้จักมาสอน เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างความท้าทายให้กับผู้ฝึก แต่ก็ไม่ได้เป็นท่าที่โหดร้ายทารุณหรือดัดตัวกันจนหนักหนาสาหัสมากเกินไป...แล้วก็มักจะมีคำถามตามมาทันทีล่ะครับว่า "ครูๆ ไอ้ท่าโยคะที่ครูสอนวันนี้มันชื่อท่าอะไรน่ะครับ เอ่อ.ที่ครูสอนใหม่วันนี้น่ะครับ?" บางท่าที่เรามีการตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี เราก็พอจะตอบได้ล่ะครับ...แต่มันเหมือนเป็นเวรกรรมตรงที่ว่าไอ้ท่าที่เขาชอบถามเราดันเป็นท่าที่เราไม่รู้ชื่อหรือจำชื่อไม่ได้(มันเป็นซะอย่างนั้น) อันนี้เกิดขึ้นกับผมเป็นประจำในช่วงนั้น ผมก็ทำเท่าที่สามารถทำได้ล่ะครับ ว่ากันตรงๆ ท่าไหนทราบก็บอก หากไม่ทราบก็บอกไปเลยว่าไม่ทราบแต่ถ้าเขายังอยากรู้อยู่ก็จะไปติดตามค้นคว้าเสาะแสวงหาให้
วันหนึ่ง เป็นวันที่ผมก็ต้องไปสอนโยคะตามปกติ ตามตารางชีวิตของผมนี่แหล่ะ ก็มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งรูปร่างกำยำล่ำสัน แต่ใส่แว่นตาดูเป็นประเภทคงแก่เรียนนิดๆ เข้ามาฝึกโยคะในคลาสของผมด้วย ส่วนใหญ่แล้วในคลาสโยคะที่ผมสอนโดยทั่วๆไป ประมาณ90เปอร์เซ็นต์จะเป็นสุภาพสตรีล่ะครับที่มาเข้าคลาส ส่วนอีก10เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นสุภาพบุรุษแท้บ้างไม่แท้บ้างประปรนกันไปตามแต่โอกาส สุภาพบุรุษท่านนี้พอจบคลาสแล้วก็เดินตรงปรี่มาหาผมทันทีเลยล่ะครับ มาพร้อมกับข้อสงสัยต่างๆนานาพอประมาณ แน่นอน เขาก็ถามชื่อท่าโยคะอาสนะที่เขาอยากทราบ...ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมก็ไม่ทราบไอ้ชื่อนั้นซะด้วย พร้อมกับถามต่อถึงสรรพคุณต่างๆของท่าดังกล่าวด้วย...เมื่อผมไม่ค่อยทราบข้อมูลมากนักจึงตอบไปเท่าที่ทราบแล้วก็บอกว่าจะไปค้นคว้าข้อมูลมาตอบให้ในครั้งต่อไปของการเรียนการสอน...
เมื่อถึงการสอนครั้งต่อไปที่นี่เวลาเดิมสุภาพบุรุษท่านนี้ก็มาตามนัดเลยล่ะครับ มาเข้าร่วมคลาสตามปกติทำท่าโยคะอาสนะได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกเป็นอย่างมาก(ไม่เหมือนบางท่านที่มาเข้าคลาสโยคะเพียงเพราะตามกระแสนิยม) พอผมสอนเสร็จเขาก็รีบเดินเข้ามาหาผมทันทีและผมจึงบอกชื่อท่าโยคะอาสนะที่ติดค้างไว้ในครั้งที่แล้วให้เขาทราบพร้อมทั้งสรรพคุณต่างๆของท่าโยคะอาสนะนั้น เขาค่อนข้างแสดงออกทางสีหน้าถึงความพึงพอใจเป็นอย่างมากกับคำตอบที่ได้รับ ผมก็คิดว่าเรื่องคงจะจบแล้ว แต่ไม่ครับพี่แกเอ่ยปากก่อนผมจะเดินหันหลังว่า "ครูครับอีกนิดหนึ่ง" ณ ตอนนั้นผมคิดในใจแค่ว่า ไอ้ที่ว่าอีกนิดหนึ่งของแกนี่ สงสัยคงไม่ใช่งานง่ายสำหรับฉันอีกแล้วล่ะมั๊งเนี่ย...ดังที่คิดไว้พี่แกรีบถามตามมาทันทีว่า"แล้วท่าวันนี้ล่ะครับครู ท่านี้ผมทำให้ดูครู แล้วพี่แกก็ทำท่าให้ดู ตอนสอนท่านี้ครูไปค่อนข้างไวน่ะครับ ผมว่าครูยังไม่ได้บอกชื่อท่าแล้วก็มันช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนไหนน่ะครับ???" มันมาอีกแล้ว (ที่ฉันไม่บอกชื่อท่าและสรรพคุณต่างๆและไปค่อนข้างไปไวสักนิดหนึ่งในการทำท่านี้เพราะฉันไม่ค่อยทราบข้อมูลของท่านี้อ่ะซิว๊ะ) ผมคิดในใจแค่ว่าเอาอีกแล้ว โดนอีกแล้วเรา...เช่นเคยผมก็บอกเขาเท่าที่ทราบ ไอ้ที่ไม่ทราบจะกลับไปทำการบ้านหาข้อมูลมาบอกให้ในครั้งต่อไป แล้วผมก็คิดในใจเล่นๆว่าแล้วทำไมถ้าเขาอยากทราบแล้วไม่ไปหาข้อมูลเอาเองล่ะ? พอมาคิดไปคิดมามันก็น่าสนใจตรงที่ว่า ถ้าเขาฝึกโยคะแล้วมาถามชื่อท่าฝึกกับครูผู้สอนโยคะว่าท่านี้ชื่ออะไร? แล้วครูผู้สอนดันตอบเขาไม่ได้ แล้วจะให้เขาไปถามกับใครล่ะครับ???...ถ้าคิดดีๆแล้วมันเป็นการบ่งบอกถึงการไม่ค่อยได้เอาใจใส่ในอาชีพของเรา เขาอาจจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นพวกสักแต่ว่าพอสอนได้ทำท่าโยคะอาสนะต่างๆได้..แล้วก็มาสอนไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับโยคะ ร่ำเรียนมาจากไหนก็ไม่รู้...
(หนังสือ Light on Yoga พี่ซิงซื้อมาฝากผมจากอินเดีย เมื่อวันที่๒๘สิงหาฯ๒๕๔๕)
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาตำราโยคะต่างๆก็มักจะอยู่ไม่ห่างกายผมเลยล่ะครับ ช่วงนั้นเล่มยอดฮิตที่สุดของผมก็คือ Light on Yoga ของท่าน บีเคเอส ไอเยนคาร์ ที่เลือกเล่มนี้เพราะว่าเล่มเดียวสามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ทั้งมีท่าเย๊อะ มีชื่อท่าครบถ้วน มีประโยชน์และข้อควรระวังต่างๆในแต่ละท่าอย่างชัดเจน และใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ระดับความสามารถภาษาน้อยนิดอย่างผมพอเข้าใจได้ไม่ยากนัก ช่วงนั้นเล่มนี้ก็จะติดกระเป๋าเกือบตลอดเวลาเลยล่ะครับ(ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็ยังอยู่ในชั้นวางหนังสือของผม..ถึงแม้นสภาพของมันจะค่อนข้างเสื่อมโทรมไปพอสมควรกับการเวลาก็ตาม แต่เห็นทีไรมีคุณค่าทางจิตใจและทำให้ผมได้หวนรำลึกนึกถึงเรื่องนี้เสมอ) ผมท่องจำชื่อท่าโยคะอาสนะรวมจนถึงประโยชน์ต่างๆของแต่ละท่าอยู่หลายสัปดาห์ โดยที่สุภาพบุรุษท่านนี้ที่มักมาเข้าคลาสโยคะกับผมสัปดาห์ละ ๑-๒ครั้ง ก็ยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม แต่ในครั้งหลังๆมานี้มันเกิดความเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากเดิมตรงที่ว่า ผมไม่ต้องกลับไปหาข้อมูลมาตอบแล้ว ผมสามารถตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับโยคะที่เขาอยากทราบได้แบบทันทีทันใด (ใครจะเชื่อว่า ณ ตอนนั้นผมสามารถจดจำชื่อท่าต่างๆเกือบทุกท่าแบบเป็นภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤตในหนังสือ Light on Yoga ได้จนหมดอย่างน่าอัศจรรย์ใจ)เขายิ้มอย่างพอใจแบบสุดๆและเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาจริงจัง, จริงใจและชื่นชม หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยพบเจอสุภาพบุรุษท่านนีในคลาสโยคะของผมอีกเลย ทั้งๆที่เขาเคยมาเข้าคลาสโยคะกับผมหลายครั้ง(คิดว่าไม่น่าจะถึง๑๐ครั้ง)และคุยกันหลายครั้งแต่ผมก็ไม่เคยถามชื่อ และสอบถามว่าเขาเป็นใครมาจากไหนเลย...ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ผมก็ไม่เคยพบเจอเขาอีกเลย...
จึงทำให้ผมเกิดคิดขึ้นมาแบบอาศัยหลักความเชื่อต่างๆตามปรัชญาแห่งโยคะเข้ามาเชื่อมโยงว่า...สุภาพบุรุษท่านนี้อาจจะถูกส่งมาจากที่ใดสักที่หนึ่งและมีภารกิจคือทำให้ผมมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นในการสอนโยคะ...เมื่อเขาเห็นว่าผมผ่านบททดสอบดังที่เขาพอใจแล้วเขาก็จากไปและอาจจะกำลังไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกันนี้กับครูสอนโยคะท่านอื่นๆก็เป็นได้ ที่บรรยายมานี้อาจจะเป็นบททดสอบจากเบื้องบน..สำหรับคนสอนโยคะอย่างผม หรือสุภาพบุรุษท่านนี้อาจจะเป็นอวตารแห่งพระศิวะที่มามาทดสอบครูสอนโยคะอย่างผมก็เป็นได้...ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่ผมพอจะทำได้เพื่อเป็นการตอบแทนคือผมจะทำหน้าที่ในการเป็นครูสอนโยคะของผมอย่างสุดความสามารถและทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ สาเหตุก็ง่ายๆแค่เพียงเพราะว่าการสอนโยคะเป็นอาชีพที่ผมรักและศรัทธา...ผมทำอาชีพนี้แล้วผมมีความสุข...
จงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว ในการทำในสิ่งที่คุณรักและศรัทธา...จงทำมันอย่างเต็มความสามารถ...ถึงแม้นว่าในบางครั้งคุณอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้กับความล้มเหลว จนนำมาสู่ซึ่งความท้อแท้และสิ้นหวัง... แต่ตราบใดที่คุณยังมีความรักและศรัทธา ความล้มเหลวที่ผ่านมาจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้คุณแข็งแกร่งและก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หวาดหวั่น ในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์
(ความกลัวและความวิตกกังวลจนมากเกินไป ทำให้ความสามารถที่แทจริงของคุณลดลง)
ขอพลังแห่งโยคะ ความรักและศรัทธาจงอยู่กับคุณตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555
โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ที่ภูเก็ต (๒๓-๒๔ มิ.ย.๒๕๕๕)
โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ที่ภูเก็ต
วันศุกร์ที่22-เสาร์ที่23-อาทิตย์ที่24 มิถุนายน 2555
สาวกโยคะชาวภูเก็ตและชาวจังหวัด ใกล้
เคียงทุกๆท่านครับ ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์
โดยครูจิมมี่ ในวันศุกร์ที่22 มิถุนายน 2555 ณ โยคะสตูดิโอของครูหนิง...เสาร์ที่23-อาทิตย์ที่24 มิถุนายน 2555 ณ
วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต(ชั้น2 , อาคาร4)
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่
ครูหนิง โทร.089-474-4979
ศุกร์ที่22 มิถุนายน 2555
15:00-19:00น. Art of Adjustments for Yoga Asana
(ศิลปะในการจัดระเบียบร่างกายให้กับผู้ฝึกโยคะอาสนะ)
เป็นหัวข้อที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ แต่ผู้ฝึกทั่วไปที่สนใจก็สามารถเข้าร่วมเวิร์คชอฟนี้ได้
ณ สตูดิโอโยคะของครูหนิง (รับจำนวนจำกัดเพียง16ท่านเท่านั้น)
เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2555
9.00-12.00น. Basic Arm Balance Technique for Yoga Asana.(เทคนิคขั้นพื้นฐานในการฝึกอาร์ม บาล๊านซ์สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
13.30-16.30น. Standing Technique for Yoga Asana.(เทคนิคในการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่า ยืนแบบต่างๆ)
อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2555
9.00-12.00น. Counter Poses for Yoga Asana.(การเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อ ขั้นพื้นฐานและการออกแบบท่าแก้ สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
13.30-16.30น. Hip Openers Series for Yoga Asana.(ท่าชุดสำหรับการฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก)
เฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับ วันศุกร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕
ท่านละ ๒,๐๐๐บาท (เนื่องจากเป็นหัวข้อพิเศษ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และรับจำนวนจำกัดเพียง ๑๖ท่านเท่านั้น)
สมัครและโอนเงินก่อน ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ด้วยราคาพิเศษ
คลาสละ ๗๕๐ บาท
๑ วัน, ๒ คลาส ราคา ๑,๔๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๒,๕๐๐ บาท
สมัครและโอนเงินหลังจากวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ราคาจะปรับขึ้นเป็น
คลาสละ ๙๐๐ บาท
๑ วัน, ๒ คลาส ราคา ๑,๖๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๓,๐๐๐ บาท
สำหรับท่านที่ต้องการยืนยัน การจอง รบกวนโอนเงินเข้าบัญชี ห้างหุ้นส่วนสามัญ ปันปัญญา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เลขที่บัญชี
817-230881-1 หรือชำระด้วยตนเองที่ "ครูหนิง" ก็ได้
หลังจากชำระแล้วรบกวนโทรแจ้งครูหนิงที่ 089 474 4979 ด้ วยนะครับ เพราะราคาพิเศษโปรโมชั่นจะยืนยัน ถึงวันที่ 31 พ.ค. นี้เท่านั้น รับจำนวนจำกัด
แล้วพบกันในเวิร์คชอฟครั้งนี้ของผมที่ จังหวัดภูเก็ต นะครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
รอบเก็บตก Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy
รอบเก็บตก Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy
โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่
วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 2555 (ทั้งวัน 9.00-16.30น.) ทาง ฟิต สตูดิโอ ขอเชิญแฟนๆบล็อกทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอป รอบเก็บตก หัวข้อ การจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดยครูจิมมี่ สำหรับผู้ที่พลาดดอกาสสมัครไม่ทันในครั้งที่ผ่านมา(๒๕มี.ค.)
เวิร์คชอปครั้งนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และทุกคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการฝึกโยคะอาสนะทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะ
และแน่นอนครับ ปฏิบัติการ Adjustments ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นบนเสื่อโยคะแมนดูกะ
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมท่านละ 1,500บาท(ตั้งแต่บัดนี้-๒๐เมษาฯนี้)
ชำระเงินหรือโอนเงินหลังจากวันที่๒๐เมษาฯ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จะปรับขึ้นเป็นท่านละ 1,900บาท
(รวมอาหารแบบมังสวิรัติมื้อกลางวัน) รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน
สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเพลินจิต ชื่อบัญชี นายยุทธนา พลเจริญ เลขที่บัญชี 205-0-611-07-4
หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555
Jivamukti Yoga Workshop with Keith-Terry Kempis at Fit Studio ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอฟ โดย ครูี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ที่ ฟิต สตูดิโอ
(เดวิด ไลฟ์, คี้ท เคมปิส และ ชารอน แกนน่อน)
Jivamukti Yoga Workshop with Keith-Terry Kempis at Fit Studio (BTS Ploenchit)
Sunday 8 April 2012. (12:30pm. - 6:30pm.)
Monday 9April 2012. (1:30pm. - 3:30pm.)
Monday 9April 2012. (1:30pm. - 3:30pm.)
ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอฟ โดย ครูี้คี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ที่ ฟิต สตูดิโอ
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2555 ( 12.30-18.30น.)
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2555 (13.30-15.30น.)
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2555 (13.30-15.30น.)
ทาง ฟิต สตูดิโอ ของเราจะมี ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอป โดยครู คี้ท เคมปิส(ชาวออสเตรเลีย เชื้อสายฟิลิปปินส์) ที่อยากแนะนำให้ทุกๆท่านมาเข้าร่วม เขาเป็นทั้งศิษย์เอกและผู้ช่วยสอนของ เดวิด ไลฟ์ และ ชารอน แกนน่อน ผู้ก่อตั้ง ชีวมุกติโยคะ สตูดิโอ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา
KEITH KEMPIS IS AN 850HR CERTIFIED JIVAMUKTI YOGA TEACHER. AFTER INITIAL TRAINING IN NEW YORK IN 2007, KEITH HAS REGULARLY ASSISTED HIS TEACHERS, SHARON GANNON AND DAVID LIFE, IN NEW YORK, BALI, SYDNEY, HONG KONG AND BYRON BAY. HE COMPLETED THE JIVAMUKTI YOGA APPRENTICESHIP WITH JESSICA STICKLER IN 2011 AND IN JANUARY 2012 WAS AWARDED ADVANCED CERTIFICATION IN THE JIVAMUKTI METHOD
(ครูคี้ท และ ครูจิมมี่ ใน เอเชียโยคะคอนเฟอร์เร้นท์ 2009 ที่ ฮ่องกง)
(ครูคี้ท ช่วยปรับท่าให้นักเรียน สถาบันฟิต เมื่อปีที่แล้ว 2552)
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามแล้วครับ ที่ครูคี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ให้เกียรติมาเปิดเวิร์คชอฟที่ฟิตสตูดิโอ
SUNDAY 8 APRIL, WORKSHOP PROGRAMME:
รายละเอียด สำหรับเวิร์คชอฟในวันอาทิตย์
12:30pm.-2:30pm.
SADHANA - CONSCIOUS SPIRITUAL PRACTICE
This challenging vinyasa workshop explores the power of daily practice. By offering up your practice to a higher goal, not just the perfection of your physical form, you can do much to uplift the lives of those around you. This workshop explores the Jivamukti Magic 10 and sun salutes as well as other classic sequences unique to the Jivamukti Method. You will learn how to create your own exhilarating daily practice. (Accompanied by an uplifting soundtrack)
ศรัทธณา - ปลุกจิตวิญญาณในร่างกายเรา รวมจนถึงสติ ด้วยการฝึกวินยาสะโยคะ
เป็นรูปแบบการฝึกวินยาสะโยคะที่ท้าทาย เราสามารถนำแนวคิดดังกล่าวนี้ไปออกแบบการฝึกโยคะในแต่ละวันของตัวเราเองได้ และไม่ใช่แค่เพียงทำท่าโยคะอาสนะต่างๆให้สวยงามเท่านั้นแต่เพื่อทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายของการฝึกโยคะดังที่เรามุ่งหวังไว้ ด้วยการฝึก 10ท่าฝึกสุดมหัศจรรย์ แบบชีวมุกติโยคะ(Jivamukti Magic 10) และท่าชุดฝึกต่างๆตามสไตล์ของชีวมุกติโยคะ
2:30-3:30pm. Tea Break (พักรับประทานอาหารว่าง)
3:30-4:30pm.
SATSANG - THE 5 TENETS OF JIVAMUKTI YOGA
Satsang means 'attachment to the truth'. This gathering of like minds will include sanskrit chanting, yoga philosophy and plenty of time for questions and answers.
สัตสัง - องค์ประกอบสำคัญ 5ประการ แห่งชีวมุกติโยคะ
สัตสัง คือ การรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมอันดีงาม ที่ส่งเสริมทัศนคติในเชิงบวกให้กับร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าวนี้เราจะทำการสวดมนตราต่างๆตามแบบชีวมุกติโยคะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเรื่องของปรัชญาแห่งโยคะ
4:30-6:30pm.
CHAKRAS - A GUIDE TO GETTING HIGHER
This highly practical vinyasa workshop will explore, in depth, the chakras and how we can use our knowledge of them to elevate our consciousness and improve our relationships. Using the power of asana, we will work our way up all seven principal chakras, eventuating in a state of bliss.
จักระ - การพัฒนากายและจิต เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
เป็นการฝึกวินยาสะโยคะควบคู่ไปกับทฤษฎีของจักระทั้ง7ภายในร่างกายของเรา ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และความรู้สึกนึกคิดของเรา รวมจนถึงการนำพาเราไปสู่สัจธรรมแห่งชีวิต
MONDAY 9 APRIL, WORKSHOP PROGRAMME:
รายละเอียด สำหรับเวิร์คชอฟในวันจันทร์
1:30 - 3:30pm.
Jivamukti Yoga For All Vinyasa Yoga Lover
ชีวมุกติโยคะ สำหรับผู้รักในการฝึกวินยาสะโยคะ
มีครูผู้ช่วย แปลการสอนเป็นภาษาไทย ตลอดทั้งเวิร์คชอฟ
For Sunday Workshop fee :
Special Price 2,000 Baht/Person (Now - 31 March)
Regular Price2,500 Baht/Person (1 - 8 April)
(limited space for 24persons only)
Special Price 2,000 Baht/Person (Now - 31 March)
Regular Price2,500 Baht/Person (1 - 8 April)
(limited space for 24persons only)
For more information please contact Fit Studio call. 02 650 8282 or 02 650 9242
สำหรับวันอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม พิเศษสมัครและชำระค่าลงทะเบียน ภายใน 31มีนาคม เพียงท่านละ 2,000บาท
หลังจากนั้นค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น ท่านละ 2,500บาท(รวมอาหารแบบมังสวิรัติในช่วงเบรค) รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน
For Monday (1:30 - 3:30pm.) Workshop fee :
Regular Price Only 900 Baht/Person
(limited space for 24persons only) For more information please contact Fit Studio call. 02 650 8282 or 02 650 9242สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนเพลินจิต ของครูจิมมี่ ชื่อบัญชี นายยุทธนา พลเจริญ เลขที่บัญชี 205-0-61107-4
สำหรับวันจันทร์ที่ 9 เมษายน (13.30-15.30น.)
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม ท่านละ 900บาท เท่านั้น
หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555
Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่
Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy
โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 (ทั้งวัน 9.00-16.30น.) ทาง ฟิต สตูดิโอ ขอเชิญแฟนๆบล็อกทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอป หัวข้อ การจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดยครูจิมมี่
เวิร์คชอปครั้งนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และทุกคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการฝึกโยคะอาสนะทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะ
และแน่นอนครับ ปฏิบัติการ Adjustments ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นบนเสื่อโยคะแมนดูกะ
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมท่านละ 1,500บาท(ตั้งแต่บัดนี้-๑๘มีนาฯนี้)
ชำระเงินหรือโอนเงินหลังจากวันที่๑๘มีนาฯ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จะปรับขึ้นเป็นท่านละ 1,900บาท
(รวมอาหารแบบมังสวิรัติมื้อกลางวัน) รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน
สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเพลินจิต ชื่อบัญชี ฟิต สตูดิโอ เลขที่บัญชี 205-0-588-51-2
หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555
ทำไมผู้ฝึกโยคะ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก
ทำไมผู้ฝึกโยคะ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก
ในชีวิตการฝึกโยคะของพวกเราทุกๆคน น่าจะมีอยู่บ้างล่ะครับ ที่หลายครั้งหลายคราของการฝึกโยคะ ทำให้เรามักจะมีคำถามต่างๆนานาเกิดขึ้นมาอย่างมากมายภายในจิตใจของเรา ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งล่ะครับที่มักจะมีคำถามต่างๆในใจเสมอ มันเคยเกิดขึ้นกับผมเป็นประจำในขณะที่ผมกำลังฝึกโยคะ ซึ่งแน่นอนครับ ณ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะได้เพียงไม่นานสักเท่าไหร่นัก
มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ผมกำลังฝึกท่าโยคะอาสนะต่างๆตามที่ครูผู้สอนเขานำเสนอในคลาส มาจนกระทั่งถึงท่าอาสนะจำพวกที่จะต้องบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก ด้วยความที่ว่า ณ ตอนนั้นผมเองก็เป็นผู้ชายทั่วๆไปที่มีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อสะโพกค่อนข้างที่จะน้อยถึงน้อยมากๆ ผมจึงมีปัญหาพอสมควรกับการทำท่าโยคะอาสนะในกลุ่มดังกล่าวนี้ และในเมื่อผมทำไม่ค่อยได้ มันก็เลยทำให้ผมเกิดความคิดต่อต้านท่าอาสนะในกลุ่มบริหารและเปิดข้อต่อสะโพกขึ้นมาจิตใจ และพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ค่อยอยากทำท่าอาสนะในกลุ่มดังกล่าวนี้ในขณะที่ไปเข้าคลาสเรียนโยคะหรือแม้นกระทั่งฝึกตามลำพังด้วยตนเองก็ตาม
ณ ช่วงเวลานั้นเอง จึงทำให้ผมเกิดมีคำถามขึ้นมาในใจว่า “ทำไม๊...ทำไม..ผู้ฝึกโยคะอย่างเราๆเนี่ย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก” (คิดว่าหลายๆท่านที่ฝึกโยคะ ก็น่าจะมีความรู้สึกสงสัยเกิดขึ้นบ้างในบางช่วงจังหวะเวลาของการฝึกโยคะ อย่างที่ผมเคยเป็นนี้) จากคำถามในใจดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้ผมพยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล จนพอจะรวบรวมข้อมูลต่างๆมาประติดประต่อได้ว่า
หากพวกเราได้ศึกษาและทราบถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการฝึกโยคะแล้ว พวกเราก็คงจะพอทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า “ฌาณหรือสมาธิ คือเป้าหมายสูงสุดของโยคีผู้ที่บำเพ็ญเพียรฝึกโยคะในอดีตกาล” ดังนั้นท่าโยคะอาสนะที่มีความสำคัญและสนับสนุนส่งเสริมให้เราไปถึงเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะคงจะหนีไม่พ้น “ท่านั่งขัดสมาธิเพ็ชร” หรือ “ท่านั่งปัทมาอาสนะ” Padmasana (Lotus Sitting Pose)
ปัจจัยที่ทำให้ท่านั่งปัทมาอาสนะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพาผู้ฝึกโยคะไปสู่ฌาณสมาธิ ก็คือ การนั่งขาขัดกันในลักษณะดังกล่าวนี้ จะช่วยล็อคกระดูกอุ้งเชิงการ(กระดูกสะโพก)ของเราให้นิ่งมั่นคง และช่วยทำให้แนวกระดูกสันหลังส่วนล่างของเราตั้งตรง ซึ่งเมื่อหลังส่วนล่างของเราถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งตรงถูกต้องตามหลักสรีระวิทยาแล้ว ท่าทางดังกล่าวนี้จะช่วยลดแรงกดที่เกิดขึ้นกับแนวกระดูกสันหลังส่วนล่างอันเนื่องมาจากน้ำหนักของร่างกายส่วนบนผสมกับแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งส่งผลทำให้เราสามารถนั่งทำสมาธิในท่านี้ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยที่ไม่ปวดเมื่อยหลัง
นอกจากนี้แล้วยังมีองค์ประกอบอื่นๆอีกที่จะช่วยสนับสนุนให้เราสามารถนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน นั่นก็คือการที่เราจำเป็นจะต้องมีความแข็งแรงควบคู่กับความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆในร่างกายของเรา เช่น กล้ามเนื้อบริเวณขา, ลำตัว, ข้อเท้า, หัวเข่า, สะโพก และแนวกระดูกสันหลัง ด้วยเหตุนี้เองบรรดาโยคีในอดีตกาลทั้งหลาย จึงมีแนวคิดในการที่จะค้นคว้าหาท่วงท่าต่างๆมาช่วยบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อในบริเวณดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
เป็นที่ยอมรับกันเป็นอย่างดีว่า ชาวเอเชียอย่างเราๆนี้มักจะมีพื้นฐานความสามารถของการยืดหยุ่นร่างกายที่ดีกว่าชาวทวีปอื่นๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเลยครับ หากวันหนึ่งเราพบว่าเพื่อนของเราบางคน สามารถนั่งในท่าปัทมาอาสะได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้วยการอบอุ่นร่างกาย และเพื่อนของเราคนนี้ก็อาจจะไม่เคยเรียนโยคะมาก่อนเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งตรงข้ามกับบางคนที่อาจจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานมากๆกว่าจะประสบความสำเร็จในการนั่งในท่าปัทมาอาสนะ
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ทำให้ผมกลับมาเพียรพยายาม ทำการฝึกท่าโยคะอาสนะเพื่อช่วยในการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพกอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมุ่งหวังเพียงว่าผมจะสามารถนั่งทำสมาธิในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนานแบบไม่ต้องมีอาการปวดหลัง ตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นการทำให้ผมไปถึงขั้นของการบรรลุสู่ฌาณหรือสมาธิ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะหรอกน่ะครับ เพียงเพราะว่าผมรู้สึกได้ถึง ความสุข ความอิ่มเอมใจ ที่ได้นั่งนิ่งสงบผ่อนคลายความคิดจิตใจอยู่ในท่าปัทมาอาสนะนี้ ซึ่งแน่นอนครับคุณเองก็สามารถสัมผัสถึงประสบการณ์ดังกล่าวนี้ได้อย่างไมยากเย็นอะไรนักหากคุณมีความตั้งใจจริง...
หากจะถามผมว่า มีท่าโยคะอาสนะพื้นฐานท่าใดบ้างที่จะช่วยเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความแข็งแรงควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อสะโพก เพื่อที่จะนำเราไปสู่การนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมต้องขอเรียนให้ทราบกอ่นเลยว่า เนื่องจากข้อต่อสะโพกของเราเป็นลักษณะของลูกบอลที่อยู่ในเบ้า(Ball and Socket Joint) ดังนั้นข้อต่อสะโพกจึงสามารถเคลื่อนไหวไปได้เกือบจะทุกฟังก์ชันของการเคลื่อนที่เลยครับ(หมุนไปได้หลายทิศทาง) บอกได้เลยว่าครอบคลุมท่าฝึกโยคะอาสนะอยู่มากมายหลากหลายท่าเลยล่ะครับ แต่เนื่องจากผู้ฝึกโยคะแต่ละท่านก็จะมีข้อจำกัดต่างๆ โครงสร้างร่างกาย รวมจนถึงอาการผิดปกติหรืออาการบาดเจ็บในส่วนต่างๆของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผมจึงอยากเรียนแนะนำให้ผู้ฝึกที่มีความสนใจในการฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก ควรจะฝึกภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการฝึกโยคะน่าจะเป็นผลดี และมีประสิทธิภาพในการฝึกที่ดีกว่า และเมื่อเราเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจนเข้าใจชัดเจนแล้วจึงค่อยกลับมาฝึกด้วยตัวเราเอง
ผู้ที่มีปัญหา อาการบาดเจ็บบริเวณ ข้อเท้า, หัวเข่า, สะโพก ควรหลีกเลี่ยงการฝึกทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก รวมจนถึงท่านั่งปัทมาอาสนะ หรือควรฝึกภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการฝึกโยคะเท่านั้น
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555
อัญชลี มุทรา แรงอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง
ก่อนอื่น ผมคงต้องขอกล่าวคำว่า"สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๕"(ถึงแม้นว่าดูจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม) บทความนี้ถือเป็นบทความแรกของปีนี้สำหรับการเขียนบล็อกโยคะ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ของผม เนื่องด้วยภาระหน้าที่การงาน+ครอบครัว+สังคม รวมจนถึงการโปรโมทและขายหนังสือ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ของผม ที่ทำให้ผมต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผมไม่ค่อยมีเวลาในการเข้ามาเขียนบล็อก แต่ตอนนี้ผมเริ่มจะจัดสรรเวลาได้บ้างแล้วล่ะครับ และผมก็จะพยายามเผยแพร่บทความเกี่ยวกับโยคะในมุมมองของผมที่น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่แวะเวียนผ่านเข้ามาอ่าน
อัญชลี มุทรา แรงแห่งอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง
อัญชลี มุทรา คืออะไรหว่า? ก่อนอื่นผมคงจะต้องขอกล่าวถึงคำว่า"มุทรา"ก่อนเพื่อให้ทุกๆท่านได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นครับ "มุทรา" ก็คือการทำสัญลักษณ์มือแบบต่างๆ หรือสัญลักษณ์ของพระหัตถ์ (bodily posture or symbolic gesture) ซึ่งใช้กับเทวรูปต่างๆ ซึ่งมักพบในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ก่อนที่พุทธศาสนาจะอุบัติขึ้น เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น การที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของพุทธประวัติ โดยใช้พระพุทธรูปนั้น การสร้างพระพุทธรูปในอิริยาบทต่างๆนั้นเพียงอย่างเดียว บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยาก จึงต้องมีการใช้ มุทรา ที่เป็นสัญลักษณ์ของมือ เข้ามาร่วมด้วย เพราะเป็นที่รู้จัก และเข้าใจในความหมายกันมาก่อนแล้ว การเห็นพระพุทธรูปจึงทำให้คนที่เห็นนั้น เข้าใจในองค์พระพุทธรูปนั้นๆ ว่าแสดง หรือแทน พระพุทธประวัติ ในช่วงใด
มุทรา โดยมือ มีหลายแบบที่ยังคงใช้มาจนปัจจุบัน โดยเฉพาะพระทางสายวัชรยาน ของธิเบต มักจะใช้ในการทำสมาธิ หรือแม้แต่การทำโยคะของพวกโยคีก็ใช้กัน
ดังนั้น ผู้ฝึกโยคะที่เริ่มจะศึกษาโยคะแบบลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆมักจะได้ยินคำว่ามุทรา เสมอๆ
อัญชลี มุทรา(การพนมมือ) Anjali
Mudra or Namaskara Mudra : gesture of greeting and veneration or The
Gesture of Prayer คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์มือที่มีความสำคัญอย่างมาก เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการทักทาย หรือ การแสดงความเคารพ
มุทรานี้จะไม่ได้ใช้กับพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า
แต่จะใช้กับพระพุทธรูปที่เป็นพระอรหันต์ หรือพระสาวกเท่านั้น
เช่นรูปพระโมคคัลลา และพระสาลีบุตร
ที่ยืนอัญชลีต่อหน้าพระพุทธรูปพระพุทธชินราช
นอกจากมือที่มีความหมายตามลักษณะต่างๆ แล้ว แม้แต่นิ้วมือ ก็มีความหมายด้วยเช่นกัน โดยนิ้วทั้ง 5 เป็นสัญลักษณ์ของ
1.ความกรุณา (Generosity)
2.ความมีศีลธรรม (Morality)
3.ขันติ ความอดทน (Patience)
4.ความมานะ พยายาม (Effort)
5.การตั้งมั่นในสมาธิ (Meditative concentration)
สำหรับเมืองไทยของเรา ถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ การทำสัญลักษณ์พนมมือแบบนี้ในบ้านเราก็คือ การสวัสดี ซึ่งหมายถึง การทักทาย การต้อนรับด้วยมิตรภาพไมรตรีจิต การแสดงออกถึงการให้ความเคารพนับถือ ความนอบน้อม รวมจนถึงการแสดงความขอบคุณ นอกจากนี้แล้วเวลาทีเราสวดมนตร์ภาวนา อธิษฐาน วิงวอนขออะไรก็ตามแต่ กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เราเชื่อถือศรัทธาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ เราก็จะพนมมือขึ้นและภาวนาขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ
การพนมมือไหว้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามและเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากๆเลยครับ ผมเองก็มีประสบการณ์ดีๆหลายต่อหลายครั้ง ที่เกิดขึ้นจากการพนมมือไหว้
ประสบการณ์ที่ผมจะถ่ายทอดให้ฟังมันมีอยู่ว่า...เช้าตรู่วันอาทิตย์ที่๑๘ธันวาคม๒๕๕๔ที่ผ่านมา เป็นวันดี เป็นวันที่ลูกชายผมได้ถือกำเนิดเกิดมาลืมตาดูโลกนี้ ในช่วงเวลาต่อจากนั้น๑-๒วันในขณะที่ภรรยาและลูกชายผมกำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งๆที่ผมก็ยังคงไปสอนโยคะตามปกติในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ผมก็ยังจะต้องอาศัยเวลาช่วงว่างระหว่างวันจากการสอน ไปดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆของลูกชายผม ก็คือการออกสูติบัตรของทางโรงพยาบาล การรับรองบุตร และการขอย้ายบุตรเข้าไปในทะเบียนบ้าน เอกสารทุกๆอย่างมาเกือบครบ มีหมดยกเว้นก็แต่เพียงสำเนาทะเบียนบ้านของผม เนื่องจากชื่อของผมยังอยู่ในทะเบียนบ้านเดิมที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันมีคุณพ่อและพี่สาวของผมยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ ปัญหามันมีอยู่ว่า บ้านที่สุพรรณฯนี้เป็นบ้านที่ครอบครัวเราเช่าเขาอยู่(ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองกับเขาสักทีอ่ะครับ) ดังนั้นสำเนาทะเบียนบ้านก็จะอยู่กับเจ้าบ้านซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง ส่วนผมและครอบครัวก็มีชื่ออยู่เป็นแค่ผู้อาศัยในทะเบียนบ้าน ตัวผมเองอยู่กรุงเทพฯก็เลยโทรไปถามพี่สาว ปรากฏว่าเจ้าของบ้านเขาไม่สะดวกจะถ่ายเอกสารส่งมาให้ในช่วงเวลาที่ผมต้องรีบเร่งที่จะใช้ เพราะเขาไปธุระที่ต่างจังหวัดยังไม่กลับ เขาจึงแนะนำให้ผมไปขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขตที่ใกล้ที่สุด มันก็ฟังดูปกติดีเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ปัญหาก็คือ ผมมีเวลาค่อนข้างจำกัดต้องทำเอกสารให้เสร็จภายในวันนั้นเพราะวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันที่ภรรยาและลูกชายของผมจะต้องออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่ที่คอนโดฯของเรา เอกสารก็ต้องทำให้เสร็จ งานสอนโยคะก็กังวล กลัวว่าจะวิ่งไปสอนไม่ทันหากไปดำเนินการขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขตแล้วต้องใช้เวลาเย๊อะ...
พวกเราเคยไปติดต่อราชการอะไรสักอย่างที่สำนักงานเขตไหมเอ่ย? พอจะจินตนาการได้ไหมครับ ว่าจะมีประชาชนอย่างเราๆนี้ไปใช้บริการมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน เรียนให้ทุกๆท่านทราบกันตรงๆเลยว่าถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆผมไม่อยากไปติดต่อราชการที่สำนักงานเขตหรอกครับ(ทุกๆท่านก็คงคิดเห็นเป็นเช่นเดียวกันกับผม) เพราะคิวค่อนข้างยาว และเจ้าหน้าที่ก็มักจะมีน้อยเสมอเวลาที่เราไปติดต่อราชการ(ไม่รู้ทำไม พอเราไปทีไรพนักงานเขามาทำงานกันน้อยทุกที) มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่ ที่จำนวนน้อยๆที่ว่าเนี่ยยังทำงานกันแบบใจเย็นม๊าก...กกๆอีกต่างหาก คงพอจะเข้าใจและจินตนาการตามได้นะครับ ผมมีเวลาจำกัดเพราะมีคลาสโยคะที่ต้องกลับไปสอน แต่ก็คิดในใจว่าลองดูแล้วกันน่ะ เผื่อวันนี้คนที่ไปใช้บริการที่สำนักงานเขตจะมีไม่เย๊อะ
พอไปถึงสำนักงานเขตผมก็พบว่า มีคนไม่น้อยเลยล่ะครับที่ไปใช้บริการที่สำนักงานเขตในวันนั้น เขาก็กำลังนั่งรอคิวกันเป็นทิวแถวพอสมควรเลยทีเดียว ด้วยเวลาที่มีน้อยทำให้ผมต้องตัดสินใจล่ะครับ ว่าจะกลับก่อนดีหรือจะไปหยิบบัตรคิวแล้วไปนั่งรอคิวดี ในสมองตอนนั้นคิดอยู่สองอย่างคือ ประการแรกคิดว่าถ้าผมกลับไปมือเปล่าภรรยาของผมคงจะไม่ค่อยพอใจแน่ๆ(อันนี้เรื่องใหญ่) และที่สำคัญในวันอื่นผมก็จะต้องกลับมาอีกอยู่ดี ประการที่สองคิดว่าถ้ารอคิวนานจนเกินไปแล้วไปสอนไม่ทันล่ะ..ก็เสียหายอีกล่ะ(เสียรายได้ เสียงานเสียการ) แล้วจะทำไงดีล่ะจิมมี่??? ผมยืนตัดสินใจอยู่ไม่นานนัก เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แล้วผมก็มองเข้าไปตรงบริเวณที่พนักงานเขากำลังทำงานกันอยู่ ผมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีสุภาพสตรีท่านหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตแห่งนี้นี่แหล่ะ แต่ไม่เห็นเขานั่งประจำโต๊ะทำงานเหมือนคนอื่นๆ ดูเขาเดินไปเดินมาในบริเวณนั้นอย่างอารมณ์ดี มิหนำซ้ำยังคล้ายๆว่าจะสั่งให้ผู้ที่นั่งในแต่ละโต๊ะทำโน่นทำนี่อีก ผมคิดว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสและมีอิทธิพลในออฟฟิศแห่งนี้ ผมตัดสินใจว่างั้นก็คนนี้แหล่ะ...ลองดู
ผมพยายามทำตัวให้ดูสุภาพเรียบร้อยมากที่สุด เจียมเนื้อเจียมตัวมากที่สุด อธิษฐานและภาวนาในใจหวังว่าเธอจะให้ความเมตตา เข้าใจเห็นใจและช่วยเหลือผม แล้วผมก็เดินตรงปรี่ไปหาสุภาพสตรีท่านดังกล่าวนี้ทันที ผมพนมมือ(อัญชลี มุทรา) และโน้มศรีษะอย่างนอบน้อม พร้อมกับกล่าวสวัสดี ด้วยถ้อยคำที่ว่า "สวัสดีครับพี่ ผมมาขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านครับ ผมเป็นครูสอนโยคะ คือว่าผมต้องรีบกลับไปสอนโยคะน่ะครับพี่ ผมรบกวนหน่อยน่ะครับ" เธอถามสวนกลับมาทันทีว่า"จะเอาไปทำอะไรล่ะ?" ผมจึงรีบบอกว่า"นำไปใช้เป็นเอกสาสำคัญในการรับรองบุตรและให้ทางโรงพยาบาลออกใบสูติบัตรให้กับลูกชายของผม ภรรยาของผมเพิ่งจะคลอดลูกน่ะครับ" ณ ตอนนั้นผมแค่ลองคิดในใจเล่นๆว่า ถ้าสุภาพสตรีท่านนั้นดันใช้มาตรการแข็งกร้าวกับผมและบอกว่า"ก็ไปกดบัตรคิวแล้วไปนั่งรอคิวสิ" ผมคงจะเซ็งมากๆและคงต้องรีบกลับทันที แต่เธอหันไปมองที่โต๊ะทำงานของน้องผู้หญิงคนหนึ่งแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้น เธอพูดกับน้องผู้หญิงคนนั้น สองถึงสามคำเท่านั้นแล้วหันมาแสดงสัญญาณมือเพื่อเรียกผมให้เดินไปที่โต๊ะนั้น ผมยิ้มในใจและรู้สึกได้ทันทีถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า..ผมมาถูกทางแล้วล่ะครับ
พอผมเดินมาถึงโต๊ะทำงานของเธอ ผมก็ไม่ลังเลใจที่จะยกมือไหว้น้องเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนี้ทั้งๆที่ดูแล้วเธอน่าจะมีอายุน้อยกว่าผมอย่างแน่นอน น้องเจ้าหน้าที่ผู้หญิงท่านนี้รีบพนมมือขึ้นรับไหว้ทันทีแล้วบอกผมว่าไม่ต้องยกมือไหว้เธอก็ได้ และก็ยกมือพนมขึ้นเพื่อไหว้ขอบคุณ คุณพี่ผู้หญิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสอีกครั้งเพื่อขอบพระคุณ พี่ผู้หญิงท่านนี้บอกว่าเดี๋ยวให้น้องเขาช่วยจัดการให้แล้วกันนะ พอพูดจบเธอก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จากนั้นน้องพนักงานผู้หญิงเธอก็รีบจัดการทำเอกสารให้ผมทันที เธอถามผมว่ามีสำเนาบัตรประชาชนมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ซึ่งผมมีจัดเตรียมไปอยู่แล้ว แค่ไม่ถึงสามนาทีผมก็ได้รับสำเนาทะเบียนบ้านของผม(เร็วมากๆ เร็วโคตรๆ) เธอรีบออกใบเสร็จค่าธรรมเนียมให้ผม เมื่อผมจ่ายเงินไปตามใบเสร็จ(น่าจะ๑๐หรือ๒๐บาทเท่านั้น) ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นผมก็ยกมือพนมไหว้ขอบคุณสุภาพสตรีทั้งสองท่านอีกครั้งเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ผม พร้อมทั้งลากลับทันที
คงจะปฏิเสธไม่ได้ ว่าด้วย อัญชลี มุทรา การพนมมือไหว้และอธิษฐานจิตภาวนา มีส่วนทำให้ผมสำเร็จลุล่วงในภารกิจเร่งด่วนนี้ของผมอย่างน่ามหัศจรรย์ อัญชลี มุทรา เป็นสัญลักษณ์มือที่ทรงพลานุภาพอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้พบเห็นจะสัมผัสได้ถึงพลังและมักจะต้องตอบโต้ด้วยมิตรภาพไมรตรีจิต ให้ความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล ตามกำลังแห่งความศรัทธา
แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราคงต้องย้อนกลับไปมองว่าเรื่องราวต่างๆที่ผมได้พร่ำพรรณนามาทั้งหมดนี้คงจะสำเร็จลุล่วงไปเสียไม่ได้แน่ๆ หากพวกเราทุกๆคนไม่ได้ถูกปลูกฝังมาให้มีพื้นฐานทางด้านจิตใจที่ดีงาม ตามวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ดังที่บรรพบุรุษของเราได้พยายามพร่ำสอนพวกเรามา ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นบนโลกใบนี้ด้วยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ, เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุข
ตราบใดก็ตาม ที่บนโลกใบนี้ของเรายังคงมีความหวัง อธิษฐาน ภาวนา ศรัทธา ความจงรักภักดี และความดีงามในจิตใจ สัญลักษณ์การพนมมือ แบบอัญชลี มุทรา ก็จะยังคงอยู่กับพวกเราต่อไปตราบนานเท่านาน
ป.ล. ผมขอฝากชาวโยคะทุกๆท่านไว้ด้วยก็แล้วกันนะครับว่า ติดต่อราชการ งานราช งานหลวง งานน้อย งานใหญ่ ครั้งใด โปรดจงเชื่อมั่นใน อัญชลี มุทรา...แรงแห่งอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป...บุญรักษา...พระคุ้มครอง...
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
ขอขอบพระคุณข้อมูลเรื่องมุทราจาก http://ufokaokala.com/index.php?topic=5145.0
และสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุทรา ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของมุทราต่างๆได้ที่ http://ufokaokala.com/index.php?topic=5145.0
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ป้ายกำกับ
- Jimmy Thai Yoga (75)
- ่่Jimmy Yoga (1)














