เรื่องเล่า...จากครูโยคะ

เรื่องเล่า...จากครูโยคะ เป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆจากประสบการณ์การสอนโยคะของครูจิมมี่ ถ่ายทอดออกมาเป็นบทความ สอดแทรกอารมย์ขัน เหมาะกับผู้ที่สนใจในการฝึกโยคะ, ครูฝึกโยคะและทุกๆคน ทุกเพศทุกวัย



สำหรับทุกๆท่านที่เพิ่งจะเข้ามาใช้บริการ อ่านบล็อก เรื่องเล่า...จากครูโยคะ โดยครูจิมมี่ สามารถเลือกคลิ๊กเข้าไปอ่าน บทความอื่นๆได้ ที่เดือนต่างๆ ซึ่งเรียงอยู่ทางด้านขวามือของบทความ ขอบพระคุณมากครับ



ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป...นมัสเต...





วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ที่ภูเก็ต (๒๓-๒๔ มิ.ย.๒๕๕๕)

โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ที่ภูเก็ต
วันศุกร์ที่22-เสาร์ที่23-อาทิตย์ที่24 มิถุนายน 2555 
สาวกโยคะชาวภูเก็ตและชาวจังหวัดใกล้ เคียงทุกๆท่านครับ ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอฟสุดสัปดาห์ โดยครูจิมมี่ ในวันศุกร์ที่22 มิถุนายน 2555 ณ โยคะสตูดิโอของครูหนิง...เสาร์ที่23-อาทิตย์ที่24 มิถุนายน 2555 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต(ชั้น2, อาคาร4) 
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ครูหนิง โทร.089-474-4979 
 
ศุกร์ที่22 มิถุนายน 2555
15:00-19:00น. Art of Adjustments for Yoga Asana
(ศิลปะในการจัดระเบียบร่างกายให้กับผู้ฝึกโยคะอาสนะ)
เป็นหัวข้อที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ แต่ผู้ฝึกทั่วไปที่สนใจก็สามารถเข้าร่วมเวิร์คชอฟนี้ได้
ณ สตูดิโอโยคะของครูหนิง (รับจำนวนจำกัดเพียง16ท่านเท่านั้น)
เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2555
9.00-12.00น. Basic Arm Balance Technique for Yoga Asana.(เทคนิคขั้นพื้นฐานในการฝึกอาร์มบาล๊านซ์สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
13.30-16.30น. Standing Technique for Yoga Asana.(เทคนิคในการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืนแบบต่างๆ)

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2555
9.00-12.00น. Counter Poses for Yoga Asana.(การเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อขั้นพื้นฐานและการออกแบบท่าแก้ สำหรับการฝึกโยคะอาสนะ)
13.30-16.30น. Hip Openers Series for Yoga Asana.(ท่าชุดสำหรับการฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก)
เฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับ วันศุกร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ 
ท่านละ ๒,๐๐๐บาท (เนื่องจากเป็นหัวข้อพิเศษ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และรับจำนวนจำกัดเพียง ๑๖ท่านเท่านั้น)
สมัครและโอนเงินก่อน ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ด้วยราคาพิเศษ
คลาสละ ๗๕๐ บาท
๑ วัน,  ๒ คลาส ราคา ๑,๔๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๒,๕๐๐ บาท
สมัครและโอนเงินหลังจากวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ราคาจะปรับขึ้นเป็น
คลาสละ ๙๐๐ บาท
๑ วัน,  ๒ คลาส ราคา ๑,๖๐๐ บาท
๒ วัน, ๔ คลาส ราคา ๓,๐๐๐ บาท
สำหรับท่านที่ต้องการยืนยันการจอง รบกวนโอนเงินเข้าบัญชี ห้างหุ้นส่วนสามัญ ปันปัญญา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เลขที่บัญชี 817-230881-1 หรือชำระด้วยตนเองที่ "ครูหนิง" ก็ได้ หลังจากชำระแล้วรบกวนโทรแจ้งครูหนิงที่ 089 474 4979 ด้วยนะครับ เพราะราคาพิเศษโปรโมชั่นจะยืนยันถึงวันที่ 31 พ.ค. นี้เท่านั้น  รับจำนวนจำกัด
แล้วพบกันในเวิร์คชอฟครั้งนี้ของผมที่ จังหวัดภูเก็ต นะครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป บุญรักษา พระคุ้มครอง
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ

รอบเก็บตก Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy

รอบเก็บตก Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy  

โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่


วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 2555 (ทั้งวัน 9.00-16.30น.) ทาง ฟิต สตูดิโอ ขอเชิญแฟนๆบล็อกทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอป รอบเก็บตก หัวข้อ การจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดยครูจิมมี่ สำหรับผู้ที่พลาดดอกาสสมัครไม่ทันในครั้งที่ผ่านมา(๒๕มี.ค.)


เวิร์คชอปครั้งนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และทุกคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการฝึกโยคะอาสนะทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะ 


และแน่นอนครับ ปฏิบัติการ Adjustments ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นบนเสื่อโยคะแมนดูกะ


ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมท่านละ 1,500บาท(ตั้งแต่บัดนี้-๒๐เมษาฯนี้)

ชำระเงินหรือโอนเงินหลังจากวันที่๒๐เมษาฯ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จะปรับขึ้นเป็นท่านละ 1,900บาท
 (รวมอาหารแบบมังสวิรัติมื้อกลางวัน)  รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน


สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเพลินจิต ชื่อบัญชี นายยุทธนา พลเจริญ เลขที่บัญชี 205-0-611-07-4




หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282

 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282


 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้


นมัสเต,


จิมมี่โยคะ

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Jivamukti Yoga Workshop with Keith-Terry Kempis at Fit Studio ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอฟ โดย ครูี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ที่ ฟิต สตูดิโอ

(เดวิด ไลฟ์, คี้ท เคมปิส และ ชารอน แกนน่อน)

Jivamukti Yoga Workshop with Keith-Terry Kempis at Fit Studio (BTS Ploenchit)
Sunday 8 April 2012.  (12:30pm. - 6:30pm.)
Monday 9April 2012. (1:30pm. - 3:30pm.) 


ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอฟ โดย ครูี้คี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ที่ ฟิต สตูดิโอ
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2555 ( 12.30-18.30น.) 
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2555 (13.30-15.30น.)

ทาง ฟิต สตูดิโอ ของเราจะมี ชีวมุกติโยคะเวิร์คชอป โดยครู คี้ท เคมปิส(ชาวออสเตรเลีย เชื้อสายฟิลิปปินส์) ที่อยากแนะนำให้ทุกๆท่านมาเข้าร่วม เขาเป็นทั้งศิษย์เอกและผู้ช่วยสอนของ เดวิด ไลฟ์ และ ชารอน แกนน่อน ผู้ก่อตั้ง ชีวมุกติโยคะ สตูดิโอ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา


KEITH KEMPIS IS AN 850HR CERTIFIED JIVAMUKTI YOGA TEACHER. AFTER INITIAL TRAINING IN NEW YORK IN 2007, KEITH HAS REGULARLY ASSISTED HIS TEACHERS, SHARON GANNON AND DAVID LIFE, IN NEW YORK, BALI, SYDNEY, HONG KONG AND BYRON BAY. HE COMPLETED THE JIVAMUKTI YOGA APPRENTICESHIP WITH JESSICA STICKLER IN 2011 AND IN JANUARY 2012 WAS AWARDED ADVANCED CERTIFICATION IN THE JIVAMUKTI METHOD


(ครูคี้ท และ ครูจิมมี่ ใน เอเชียโยคะคอนเฟอร์เร้นท์ 2009 ที่ ฮ่องกง)

ด้วยความใกล้ชิดกับทั้งสองปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ชีวมุกติโยคะ สตูดิโอ จึงทำให้ คี้ท เคมปิส เป็นผู้เข้าถึงหลักการสอนชีวมุกติอย่างไม่ต้องสงสัย ผมมีโอกาสได้เจอ คี้ท เคมปิส ครั้งแรกตอนผมเดินทางไปเข้าร่วมเวิร์คชอป กับเดวิด ไลฟ์และชารอน แกนน่อน ในเอเชียโยคะคอนเฟอร์เร้นท์ ที่ประเทศฮ่องกง ด้วยความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของเขาจึงทำให้ได้พูดคุยกับผมอยู่หลายครั้ง ทำให้ผมได้ทราบข้อมูลว่าเขาเดินทางมาพักผ่อนและทำกิจกรรมเพื่อการกุศลที่ เมืองไทยบ่อยมากๆ(ที่เขาหลัก จ.พังงา ช่วยฟื้นฟู หลังจากภัยซึนามิ) อย่างน้อยปีละ 1ครั้ง ผมจึงทำสนธิสัญญากับเขาว่าทุกครั้งที่เขามาเมืองไทยจะต้องบอกผมและมาสอน เวิร์คชอปโยคะให้กับสตูดิโอของผม


(ครูคี้ท ช่วยปรับท่าให้นักเรียน สถาบันฟิต เมื่อปีที่แล้ว 2552)

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามแล้วครับ ที่ครูคี้ท เทอร์รี่ เคมปิส ให้เกียรติมาเปิดเวิร์คชอฟที่ฟิตสตูดิโอ


SUNDAY 8 APRIL, WORKSHOP PROGRAMME:
รายละเอียด สำหรับเวิร์คชอฟในวันอาทิตย์

12:30pm.-2:30pm.
SADHANA - CONSCIOUS SPIRITUAL PRACTICE
This challenging vinyasa workshop explores the power of daily practice. By offering up your practice to a higher goal, not just the perfection of your physical form, you can do much to uplift the lives of those around you. This workshop explores the Jivamukti Magic 10 and sun salutes as well as other classic sequences unique to the Jivamukti Method. You will learn how to create your own exhilarating daily practice. (Accompanied by an uplifting soundtrack)
ศรัทธณา - ปลุกจิตวิญญาณในร่างกายเรา รวมจนถึงสติ ด้วยการฝึกวินยาสะโยคะ
เป็นรูปแบบการฝึกวินยาสะโยคะที่ท้าทาย เราสามารถนำแนวคิดดังกล่าวนี้ไปออกแบบการฝึกโยคะในแต่ละวันของตัวเราเองได้  และไม่ใช่แค่เพียงทำท่าโยคะอาสนะต่างๆให้สวยงามเท่านั้นแต่เพื่อทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายของการฝึกโยคะดังที่เรามุ่งหวังไว้ ด้วยการฝึก 10ท่าฝึกสุดมหัศจรรย์ แบบชีวมุกติโยคะ(Jivamukti Magic 10) และท่าชุดฝึกต่างๆตามสไตล์ของชีวมุกติโยคะ

2:30-3:30pm. Tea Break (พักรับประทานอาหารว่าง)

3:30-4:30pm.
SATSANG - THE 5 TENETS OF JIVAMUKTI YOGA
Satsang means 'attachment to the truth'. This gathering of like minds will include sanskrit chanting, yoga philosophy and plenty of time for questions and answers.
สัตสัง - องค์ประกอบสำคัญ 5ประการ แห่งชีวมุกติโยคะ
สัตสัง คือ การรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมอันดีงาม ที่ส่งเสริมทัศนคติในเชิงบวกให้กับร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ  ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าวนี้เราจะทำการสวดมนตราต่างๆตามแบบชีวมุกติโยคะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเรื่องของปรัชญาแห่งโยคะ

4:30-6:30pm.
CHAKRAS - A GUIDE TO GETTING HIGHER
This highly practical vinyasa workshop will explore, in depth, the chakras and how we can use our knowledge of them to elevate our consciousness and improve our relationships. Using the power of asana, we will work our way up all seven principal chakras, eventuating in a state of bliss.
จักระ - การพัฒนากายและจิต เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
เป็นการฝึกวินยาสะโยคะควบคู่ไปกับทฤษฎีของจักระทั้ง7ภายในร่างกายของเรา ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และความรู้สึกนึกคิดของเรา รวมจนถึงการนำพาเราไปสู่สัจธรรมแห่งชีวิต


MONDAY 9 APRIL, WORKSHOP PROGRAMME:

รายละเอียด สำหรับเวิร์คชอฟในวันจันทร์

1:30 - 3:30pm.
Jivamukti Yoga For All Vinyasa Yoga Lover
ชีวมุกติโยคะ สำหรับผู้รักในการฝึกวินยาสะโยคะ



มีครูผู้ช่วย แปลการสอนเป็นภาษาไทย ตลอดทั้งเวิร์คชอฟ


For Sunday Workshop fee :
Special Price 2,000 Baht/Person (Now - 31 March)
Regular Price2,500 Baht/Person (1 - 8 April)
(limited space for 24persons only) 
For more information please contact  Fit Studio call. 02 650 8282 or 02 650 9242
สำหรับวันอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม
พิเศษสมัครและชำระค่าลงทะเบียน ภายใน 31มีนาคม เพียงท่านละ 2,000บาท
หลังจากนั้นค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น ท่านละ 2,500บาท(รวมอาหารแบบมังสวิรัติในช่วงเบรค)  รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน

For Monday (1:30 - 3:30pm.) Workshop fee :
Regular Price Only 900 Baht/Person

(limited space for 24persons only) For more information please contact Fit Studio call. 02 650 8282 or 02 650 9242สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนเพลินจิต ของครูจิมมี่ ชื่อบัญชี นายยุทธนา พลเจริญ เลขที่บัญชี 205-0-61107-4 

สำหรับวันจันทร์ที่ 9 เมษายน (13.30-15.30น.)
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม ท่านละ 900บาท เท่านั้น



หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282

 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282


 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้


นมัสเต,


จิมมี่โยคะ




วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่

Art of Adjustments for Yoga Asana Workshop by Kru Jimmy  

โยคะเวิร์คชอป การแนะนำและช่วยเหลือผู้อื่นในการจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดย ครูจิมมี่


วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 (ทั้งวัน 9.00-16.30น.) ทาง ฟิต สตูดิโอ ขอเชิญแฟนๆบล็อกทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม โยคะเวิร์คชอป หัวข้อ การจัดระเบียบร่างกายสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ โดยครูจิมมี่


เวิร์คชอปครั้งนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นครูสอนโยคะ และทุกคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการฝึกโยคะอาสนะทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะ 


และแน่นอนครับ ปฏิบัติการ Adjustments ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นบนเสื่อโยคะแมนดูกะ


ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรมท่านละ 1,500บาท(ตั้งแต่บัดนี้-๑๘มีนาฯนี้)

ชำระเงินหรือโอนเงินหลังจากวันที่๑๘มีนาฯ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม จะปรับขึ้นเป็นท่านละ 1,900บาท
 (รวมอาหารแบบมังสวิรัติมื้อกลางวัน)  รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 24ท่าน


สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถ สำรองที่นั่ง สำหรับการฝึกอบรมได้โดยการ โอนเงิน ผ่าน บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเพลินจิต ชื่อบัญชี ฟิต สตูดิโอ เลขที่บัญชี 205-0-588-51-2




หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา แฟ๊กเอกสารการโอนเงินมาที่ 02 650 9464 และโทร แจ้ง 02-650-8282

 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282


 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้พบกันในเวิร์คชอปครั้งนี้


นมัสเต,


จิมมี่โยคะ

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทำไมผู้ฝึกโยคะ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก


ทำไมผู้ฝึกโยคะ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก


ในชีวิตการฝึกโยคะของพวกเราทุกๆคน น่าจะมีอยู่บ้างล่ะครับ ที่หลายครั้งหลายคราของการฝึกโยคะ ทำให้เรามักจะมีคำถามต่างๆนานาเกิดขึ้นมาอย่างมากมายภายในจิตใจของเรา  ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งล่ะครับที่มักจะมีคำถามต่างๆในใจเสมอ มันเคยเกิดขึ้นกับผมเป็นประจำในขณะที่ผมกำลังฝึกโยคะ  ซึ่งแน่นอนครับ ณ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเพิ่งจะเริ่มฝึกโยคะได้เพียงไม่นานสักเท่าไหร่นัก  

มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ผมกำลังฝึกท่าโยคะอาสนะต่างๆตามที่ครูผู้สอนเขานำเสนอในคลาส มาจนกระทั่งถึงท่าอาสนะจำพวกที่จะต้องบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก  ด้วยความที่ว่า ณ ตอนนั้นผมเองก็เป็นผู้ชายทั่วๆไปที่มีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อสะโพกค่อนข้างที่จะน้อยถึงน้อยมากๆ ผมจึงมีปัญหาพอสมควรกับการทำท่าโยคะอาสนะในกลุ่มดังกล่าวนี้ และในเมื่อผมทำไม่ค่อยได้ มันก็เลยทำให้ผมเกิดความคิดต่อต้านท่าอาสนะในกลุ่มบริหารและเปิดข้อต่อสะโพกขึ้นมาจิตใจ และพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ค่อยอยากทำท่าอาสนะในกลุ่มดังกล่าวนี้ในขณะที่ไปเข้าคลาสเรียนโยคะหรือแม้นกระทั่งฝึกตามลำพังด้วยตนเองก็ตาม

 ณ ช่วงเวลานั้นเอง จึงทำให้ผมเกิดมีคำถามขึ้นมาในใจว่า “ทำไม๊...ทำไม..ผู้ฝึกโยคะอย่างเราๆเนี่ย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก” (คิดว่าหลายๆท่านที่ฝึกโยคะ ก็น่าจะมีความรู้สึกสงสัยเกิดขึ้นบ้างในบางช่วงจังหวะเวลาของการฝึกโยคะ อย่างที่ผมเคยเป็นนี้) จากคำถามในใจดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้ผมพยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล จนพอจะรวบรวมข้อมูลต่างๆมาประติดประต่อได้ว่า

หากพวกเราได้ศึกษาและทราบถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการฝึกโยคะแล้ว พวกเราก็คงจะพอทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า “ฌาณหรือสมาธิ คือเป้าหมายสูงสุดของโยคีผู้ที่บำเพ็ญเพียรฝึกโยคะในอดีตกาล” ดังนั้นท่าโยคะอาสนะที่มีความสำคัญและสนับสนุนส่งเสริมให้เราไปถึงเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะคงจะหนีไม่พ้น “ท่านั่งขัดสมาธิเพ็ชร” หรือ “ท่านั่งปัทมาอาสนะ” Padmasana (Lotus Sitting Pose)

ปัจจัยที่ทำให้ท่านั่งปัทมาอาสนะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพาผู้ฝึกโยคะไปสู่ฌาณสมาธิ ก็คือ การนั่งขาขัดกันในลักษณะดังกล่าวนี้ จะช่วยล็อคกระดูกอุ้งเชิงการ(กระดูกสะโพก)ของเราให้นิ่งมั่นคง  และช่วยทำให้แนวกระดูกสันหลังส่วนล่างของเราตั้งตรง ซึ่งเมื่อหลังส่วนล่างของเราถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งตรงถูกต้องตามหลักสรีระวิทยาแล้ว ท่าทางดังกล่าวนี้จะช่วยลดแรงกดที่เกิดขึ้นกับแนวกระดูกสันหลังส่วนล่างอันเนื่องมาจากน้ำหนักของร่างกายส่วนบนผสมกับแรงโน้มถ่วงของโลก  ซึ่งส่งผลทำให้เราสามารถนั่งทำสมาธิในท่านี้ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยที่ไม่ปวดเมื่อยหลัง


นอกจากนี้แล้วยังมีองค์ประกอบอื่นๆอีกที่จะช่วยสนับสนุนให้เราสามารถนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน นั่นก็คือการที่เราจำเป็นจะต้องมีความแข็งแรงควบคู่กับความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆในร่างกายของเรา เช่น กล้ามเนื้อบริเวณขา, ลำตัว, ข้อเท้า, หัวเข่า, สะโพก และแนวกระดูกสันหลัง  ด้วยเหตุนี้เองบรรดาโยคีในอดีตกาลทั้งหลาย จึงมีแนวคิดในการที่จะค้นคว้าหาท่วงท่าต่างๆมาช่วยบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อในบริเวณดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

เป็นที่ยอมรับกันเป็นอย่างดีว่า ชาวเอเชียอย่างเราๆนี้มักจะมีพื้นฐานความสามารถของการยืดหยุ่นร่างกายที่ดีกว่าชาวทวีปอื่นๆ  ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเลยครับ หากวันหนึ่งเราพบว่าเพื่อนของเราบางคน สามารถนั่งในท่าปัทมาอาสะได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้วยการอบอุ่นร่างกาย และเพื่อนของเราคนนี้ก็อาจจะไม่เคยเรียนโยคะมาก่อนเลยด้วยซ้ำไป ซึ่งตรงข้ามกับบางคนที่อาจจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานมากๆกว่าจะประสบความสำเร็จในการนั่งในท่าปัทมาอาสนะ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ทำให้ผมกลับมาเพียรพยายาม ทำการฝึกท่าโยคะอาสนะเพื่อช่วยในการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพกอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมุ่งหวังเพียงว่าผมจะสามารถนั่งทำสมาธิในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนานแบบไม่ต้องมีอาการปวดหลัง ตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นการทำให้ผมไปถึงขั้นของการบรรลุสู่ฌาณหรือสมาธิ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะหรอกน่ะครับ  เพียงเพราะว่าผมรู้สึกได้ถึง ความสุข ความอิ่มเอมใจ ที่ได้นั่งนิ่งสงบผ่อนคลายความคิดจิตใจอยู่ในท่าปัทมาอาสนะนี้  ซึ่งแน่นอนครับคุณเองก็สามารถสัมผัสถึงประสบการณ์ดังกล่าวนี้ได้อย่างไมยากเย็นอะไรนักหากคุณมีความตั้งใจจริง...

หากจะถามผมว่า มีท่าโยคะอาสนะพื้นฐานท่าใดบ้างที่จะช่วยเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความแข็งแรงควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อสะโพก เพื่อที่จะนำเราไปสู่การนั่งในท่าปัทมาอาสนะได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ผมต้องขอเรียนให้ทราบกอ่นเลยว่า เนื่องจากข้อต่อสะโพกของเราเป็นลักษณะของลูกบอลที่อยู่ในเบ้า(Ball and Socket Joint) ดังนั้นข้อต่อสะโพกจึงสามารถเคลื่อนไหวไปได้เกือบจะทุกฟังก์ชันของการเคลื่อนที่เลยครับ(หมุนไปได้หลายทิศทาง) บอกได้เลยว่าครอบคลุมท่าฝึกโยคะอาสนะอยู่มากมายหลากหลายท่าเลยล่ะครับ  แต่เนื่องจากผู้ฝึกโยคะแต่ละท่านก็จะมีข้อจำกัดต่างๆ โครงสร้างร่างกาย รวมจนถึงอาการผิดปกติหรืออาการบาดเจ็บในส่วนต่างๆของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผมจึงอยากเรียนแนะนำให้ผู้ฝึกที่มีความสนใจในการฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก ควรจะฝึกภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการฝึกโยคะน่าจะเป็นผลดี และมีประสิทธิภาพในการฝึกที่ดีกว่า และเมื่อเราเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจนเข้าใจชัดเจนแล้วจึงค่อยกลับมาฝึกด้วยตัวเราเอง

ผู้ที่มีปัญหา อาการบาดเจ็บบริเวณ ข้อเท้า, หัวเข่า, สะโพก  ควรหลีกเลี่ยงการฝึกทำท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารและเปิดข้อต่อสะโพก รวมจนถึงท่านั่งปัทมาอาสนะ  หรือควรฝึกภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการฝึกโยคะเท่านั้น

ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป  บุญรักษา  พระคุ้มครอง

นมัสเต,

จิมมี่โยคะ

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

อัญชลี มุทรา แรงอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง





ก่อนอื่น ผมคงต้องขอกล่าวคำว่า"สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๕"(ถึงแม้นว่าดูจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม) บทความนี้ถือเป็นบทความแรกของปีนี้สำหรับการเขียนบล็อกโยคะ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ของผม เนื่องด้วยภาระหน้าที่การงาน+ครอบครัว+สังคม รวมจนถึงการโปรโมทและขายหนังสือ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ของผม ที่ทำให้ผมต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผมไม่ค่อยมีเวลาในการเข้ามาเขียนบล็อก แต่ตอนนี้ผมเริ่มจะจัดสรรเวลาได้บ้างแล้วล่ะครับ และผมก็จะพยายามเผยแพร่บทความเกี่ยวกับโยคะในมุมมองของผมที่น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่แวะเวียนผ่านเข้ามาอ่าน




อัญชลี มุทรา แรงแห่งอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง


อัญชลี มุทรา คืออะไรหว่า? ก่อนอื่นผมคงจะต้องขอกล่าวถึงคำว่า"มุทรา"ก่อนเพื่อให้ทุกๆท่านได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นครับ "มุทรา" ก็คือการทำสัญลักษณ์มือแบบต่างๆ หรือสัญลักษณ์ของพระหัตถ์ (bodily posture or symbolic gesture) ซึ่งใช้กับเทวรูปต่างๆ ซึ่งมักพบในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ก่อนที่พุทธศาสนาจะอุบัติขึ้น เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น การที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของพุทธประวัติ โดยใช้พระพุทธรูปนั้น การสร้างพระพุทธรูปในอิริยาบทต่างๆนั้นเพียงอย่างเดียว บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยาก จึงต้องมีการใช้ มุทรา ที่เป็นสัญลักษณ์ของมือ เข้ามาร่วมด้วย เพราะเป็นที่รู้จัก และเข้าใจในความหมายกันมาก่อนแล้ว การเห็นพระพุทธรูปจึงทำให้คนที่เห็นนั้น เข้าใจในองค์พระพุทธรูปนั้นๆ ว่าแสดง หรือแทน พระพุทธประวัติ ในช่วงใด
 

มุทรา โดยมือ มีหลายแบบที่ยังคงใช้มาจนปัจจุบัน โดยเฉพาะพระทางสายวัชรยาน ของธิเบต มักจะใช้ในการทำสมาธิ หรือแม้แต่การทำโยคะของพวกโยคีก็ใช้กัน


ดังนั้น ผู้ฝึกโยคะที่เริ่มจะศึกษาโยคะแบบลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆมักจะได้ยินคำว่ามุทรา เสมอๆ


อัญชลี มุทรา(การพนมมือ) Anjali Mudra or Namaskara Mudra : gesture of greeting and veneration or The Gesture of Prayer คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์มือที่มีความสำคัญอย่างมาก เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการทักทาย หรือ การแสดงความเคารพ มุทรานี้จะไม่ได้ใช้กับพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า แต่จะใช้กับพระพุทธรูปที่เป็นพระอรหันต์ หรือพระสาวกเท่านั้น เช่นรูปพระโมคคัลลา และพระสาลีบุตร ที่ยืนอัญชลีต่อหน้าพระพุทธรูปพระพุทธชินราช

นอกจากมือที่มีความหมายตามลักษณะต่างๆ แล้ว แม้แต่นิ้วมือ ก็มีความหมายด้วยเช่นกัน โดยนิ้วทั้ง 5 เป็นสัญลักษณ์ของ

1.ความกรุณา (Generosity)
2.ความมีศีลธรรม (Morality)
3.ขันติ ความอดทน (Patience)
4.ความมานะ พยายาม (Effort)
5.การตั้งมั่นในสมาธิ (Meditative concentration) 



สำหรับเมืองไทยของเรา ถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ การทำสัญลักษณ์พนมมือแบบนี้ในบ้านเราก็คือ การสวัสดี ซึ่งหมายถึง การทักทาย การต้อนรับด้วยมิตรภาพไมรตรีจิต การแสดงออกถึงการให้ความเคารพนับถือ ความนอบน้อม  รวมจนถึงการแสดงความขอบคุณ  นอกจากนี้แล้วเวลาทีเราสวดมนตร์ภาวนา อธิษฐาน วิงวอนขออะไรก็ตามแต่ กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เราเชื่อถือศรัทธาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ  เราก็จะพนมมือขึ้นและภาวนาขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ


การพนมมือไหว้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามและเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากๆเลยครับ ผมเองก็มีประสบการณ์ดีๆหลายต่อหลายครั้ง ที่เกิดขึ้นจากการพนมมือไหว้


ประสบการณ์ที่ผมจะถ่ายทอดให้ฟังมันมีอยู่ว่า...เช้าตรู่วันอาทิตย์ที่๑๘ธันวาคม๒๕๕๔ที่ผ่านมา เป็นวันดี เป็นวันที่ลูกชายผมได้ถือกำเนิดเกิดมาลืมตาดูโลกนี้ ในช่วงเวลาต่อจากนั้น๑-๒วันในขณะที่ภรรยาและลูกชายผมกำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งๆที่ผมก็ยังคงไปสอนโยคะตามปกติในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ผมก็ยังจะต้องอาศัยเวลาช่วงว่างระหว่างวันจากการสอน ไปดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆของลูกชายผม ก็คือการออกสูติบัตรของทางโรงพยาบาล การรับรองบุตร และการขอย้ายบุตรเข้าไปในทะเบียนบ้าน เอกสารทุกๆอย่างมาเกือบครบ มีหมดยกเว้นก็แต่เพียงสำเนาทะเบียนบ้านของผม เนื่องจากชื่อของผมยังอยู่ในทะเบียนบ้านเดิมที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันมีคุณพ่อและพี่สาวของผมยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ ปัญหามันมีอยู่ว่า บ้านที่สุพรรณฯนี้เป็นบ้านที่ครอบครัวเราเช่าเขาอยู่(ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองกับเขาสักทีอ่ะครับ) ดังนั้นสำเนาทะเบียนบ้านก็จะอยู่กับเจ้าบ้านซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง ส่วนผมและครอบครัวก็มีชื่ออยู่เป็นแค่ผู้อาศัยในทะเบียนบ้าน ตัวผมเองอยู่กรุงเทพฯก็เลยโทรไปถามพี่สาว ปรากฏว่าเจ้าของบ้านเขาไม่สะดวกจะถ่ายเอกสารส่งมาให้ในช่วงเวลาที่ผมต้องรีบเร่งที่จะใช้ เพราะเขาไปธุระที่ต่างจังหวัดยังไม่กลับ เขาจึงแนะนำให้ผมไปขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขตที่ใกล้ที่สุด มันก็ฟังดูปกติดีเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ปัญหาก็คือ ผมมีเวลาค่อนข้างจำกัดต้องทำเอกสารให้เสร็จภายในวันนั้นเพราะวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันที่ภรรยาและลูกชายของผมจะต้องออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่ที่คอนโดฯของเรา  เอกสารก็ต้องทำให้เสร็จ งานสอนโยคะก็กังวล กลัวว่าจะวิ่งไปสอนไม่ทันหากไปดำเนินการขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขตแล้วต้องใช้เวลาเย๊อะ...


พวกเราเคยไปติดต่อราชการอะไรสักอย่างที่สำนักงานเขตไหมเอ่ย? พอจะจินตนาการได้ไหมครับ ว่าจะมีประชาชนอย่างเราๆนี้ไปใช้บริการมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน เรียนให้ทุกๆท่านทราบกันตรงๆเลยว่าถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆผมไม่อยากไปติดต่อราชการที่สำนักงานเขตหรอกครับ(ทุกๆท่านก็คงคิดเห็นเป็นเช่นเดียวกันกับผม) เพราะคิวค่อนข้างยาว และเจ้าหน้าที่ก็มักจะมีน้อยเสมอเวลาที่เราไปติดต่อราชการ(ไม่รู้ทำไม พอเราไปทีไรพนักงานเขามาทำงานกันน้อยทุกที) มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่ ที่จำนวนน้อยๆที่ว่าเนี่ยยังทำงานกันแบบใจเย็นม๊าก...กกๆอีกต่างหาก คงพอจะเข้าใจและจินตนาการตามได้นะครับ  ผมมีเวลาจำกัดเพราะมีคลาสโยคะที่ต้องกลับไปสอน แต่ก็คิดในใจว่าลองดูแล้วกันน่ะ เผื่อวันนี้คนที่ไปใช้บริการที่สำนักงานเขตจะมีไม่เย๊อะ


พอไปถึงสำนักงานเขตผมก็พบว่า มีคนไม่น้อยเลยล่ะครับที่ไปใช้บริการที่สำนักงานเขตในวันนั้น เขาก็กำลังนั่งรอคิวกันเป็นทิวแถวพอสมควรเลยทีเดียว ด้วยเวลาที่มีน้อยทำให้ผมต้องตัดสินใจล่ะครับ ว่าจะกลับก่อนดีหรือจะไปหยิบบัตรคิวแล้วไปนั่งรอคิวดี ในสมองตอนนั้นคิดอยู่สองอย่างคือ ประการแรกคิดว่าถ้าผมกลับไปมือเปล่าภรรยาของผมคงจะไม่ค่อยพอใจแน่ๆ(อันนี้เรื่องใหญ่) และที่สำคัญในวันอื่นผมก็จะต้องกลับมาอีกอยู่ดี ประการที่สองคิดว่าถ้ารอคิวนานจนเกินไปแล้วไปสอนไม่ทันล่ะ..ก็เสียหายอีกล่ะ(เสียรายได้ เสียงานเสียการ) แล้วจะทำไงดีล่ะจิมมี่??? ผมยืนตัดสินใจอยู่ไม่นานนัก เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แล้วผมก็มองเข้าไปตรงบริเวณที่พนักงานเขากำลังทำงานกันอยู่ ผมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีสุภาพสตรีท่านหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตแห่งนี้นี่แหล่ะ แต่ไม่เห็นเขานั่งประจำโต๊ะทำงานเหมือนคนอื่นๆ ดูเขาเดินไปเดินมาในบริเวณนั้นอย่างอารมณ์ดี มิหนำซ้ำยังคล้ายๆว่าจะสั่งให้ผู้ที่นั่งในแต่ละโต๊ะทำโน่นทำนี่อีก ผมคิดว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสและมีอิทธิพลในออฟฟิศแห่งนี้ ผมตัดสินใจว่างั้นก็คนนี้แหล่ะ...ลองดู 


ผมพยายามทำตัวให้ดูสุภาพเรียบร้อยมากที่สุด เจียมเนื้อเจียมตัวมากที่สุด อธิษฐานและภาวนาในใจหวังว่าเธอจะให้ความเมตตา เข้าใจเห็นใจและช่วยเหลือผม  แล้วผมก็เดินตรงปรี่ไปหาสุภาพสตรีท่านดังกล่าวนี้ทันที ผมพนมมือ(อัญชลี มุทรา) และโน้มศรีษะอย่างนอบน้อม พร้อมกับกล่าวสวัสดี ด้วยถ้อยคำที่ว่า "สวัสดีครับพี่ ผมมาขอคัดลอกสำเนาทะเบียนบ้านครับ ผมเป็นครูสอนโยคะ คือว่าผมต้องรีบกลับไปสอนโยคะน่ะครับพี่ ผมรบกวนหน่อยน่ะครับ" เธอถามสวนกลับมาทันทีว่า"จะเอาไปทำอะไรล่ะ?" ผมจึงรีบบอกว่า"นำไปใช้เป็นเอกสาสำคัญในการรับรองบุตรและให้ทางโรงพยาบาลออกใบสูติบัตรให้กับลูกชายของผม ภรรยาของผมเพิ่งจะคลอดลูกน่ะครับ" ณ ตอนนั้นผมแค่ลองคิดในใจเล่นๆว่า ถ้าสุภาพสตรีท่านนั้นดันใช้มาตรการแข็งกร้าวกับผมและบอกว่า"ก็ไปกดบัตรคิวแล้วไปนั่งรอคิวสิ" ผมคงจะเซ็งมากๆและคงต้องรีบกลับทันที   แต่เธอหันไปมองที่โต๊ะทำงานของน้องผู้หญิงคนหนึ่งแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้น เธอพูดกับน้องผู้หญิงคนนั้น สองถึงสามคำเท่านั้นแล้วหันมาแสดงสัญญาณมือเพื่อเรียกผมให้เดินไปที่โต๊ะนั้น ผมยิ้มในใจและรู้สึกได้ทันทีถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า..ผมมาถูกทางแล้วล่ะครับ


พอผมเดินมาถึงโต๊ะทำงานของเธอ ผมก็ไม่ลังเลใจที่จะยกมือไหว้น้องเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนี้ทั้งๆที่ดูแล้วเธอน่าจะมีอายุน้อยกว่าผมอย่างแน่นอน น้องเจ้าหน้าที่ผู้หญิงท่านนี้รีบพนมมือขึ้นรับไหว้ทันทีแล้วบอกผมว่าไม่ต้องยกมือไหว้เธอก็ได้ และก็ยกมือพนมขึ้นเพื่อไหว้ขอบคุณ คุณพี่ผู้หญิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสอีกครั้งเพื่อขอบพระคุณ พี่ผู้หญิงท่านนี้บอกว่าเดี๋ยวให้น้องเขาช่วยจัดการให้แล้วกันนะ พอพูดจบเธอก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จากนั้นน้องพนักงานผู้หญิงเธอก็รีบจัดการทำเอกสารให้ผมทันที เธอถามผมว่ามีสำเนาบัตรประชาชนมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ซึ่งผมมีจัดเตรียมไปอยู่แล้ว แค่ไม่ถึงสามนาทีผมก็ได้รับสำเนาทะเบียนบ้านของผม(เร็วมากๆ เร็วโคตรๆ) เธอรีบออกใบเสร็จค่าธรรมเนียมให้ผม เมื่อผมจ่ายเงินไปตามใบเสร็จ(น่าจะ๑๐หรือ๒๐บาทเท่านั้น) ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  จากนั้นผมก็ยกมือพนมไหว้ขอบคุณสุภาพสตรีทั้งสองท่านอีกครั้งเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ผม พร้อมทั้งลากลับทันที


คงจะปฏิเสธไม่ได้ ว่าด้วย อัญชลี มุทรา การพนมมือไหว้และอธิษฐานจิตภาวนา มีส่วนทำให้ผมสำเร็จลุล่วงในภารกิจเร่งด่วนนี้ของผมอย่างน่ามหัศจรรย์  อัญชลี มุทรา เป็นสัญลักษณ์มือที่ทรงพลานุภาพอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้พบเห็นจะสัมผัสได้ถึงพลังและมักจะต้องตอบโต้ด้วยมิตรภาพไมรตรีจิต ให้ความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล ตามกำลังแห่งความศรัทธา
แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราคงต้องย้อนกลับไปมองว่าเรื่องราวต่างๆที่ผมได้พร่ำพรรณนามาทั้งหมดนี้คงจะสำเร็จลุล่วงไปเสียไม่ได้แน่ๆ หากพวกเราทุกๆคนไม่ได้ถูกปลูกฝังมาให้มีพื้นฐานทางด้านจิตใจที่ดีงาม ตามวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ดังที่บรรพบุรุษของเราได้พยายามพร่ำสอนพวกเรามา ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นบนโลกใบนี้ด้วยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ, เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุข


ตราบใดก็ตาม ที่บนโลกใบนี้ของเรายังคงมีความหวัง อธิษฐาน ภาวนา ศรัทธา ความจงรักภักดี และความดีงามในจิตใจ สัญลักษณ์การพนมมือ แบบอัญชลี มุทรา ก็จะยังคงอยู่กับพวกเราต่อไปตราบนานเท่านาน


ป.ล. ผมขอฝากชาวโยคะทุกๆท่านไว้ด้วยก็แล้วกันนะครับว่า ติดต่อราชการ งานราช งานหลวง งานน้อย งานใหญ่  ครั้งใด โปรดจงเชื่อมั่นใน อัญชลี มุทรา...แรงแห่งอธิษฐาน, ภาวนาที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายดังใจหวัง


ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป...บุญรักษา...พระคุ้มครอง...


นมัสเต,


จิมมี่โยคะ




ขอขอบพระคุณข้อมูลเรื่องมุทราจาก http://ufokaokala.com/index.php?topic=5145.0 


และสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุทรา ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของมุทราต่างๆได้ที่ http://ufokaokala.com/index.php?topic=5145.0

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Thailand Yoga Festival 2011และช่วงเวลาดีๆในชีวิตของครูจิมมี่





Thailand Yoga Festival 2011และช่วงเวลาดีๆในชีวิตของครูจิมมี่


อย่างที่ได้ทราบกันเป็นอย่างดีครับ สำหรับสาวกโยคะทุกๆท่าน ว่างานไทยแลนด์โยคะเฟสติวัล มหกรรมโยคะที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย มักจะจัดขึ้นในช่วงใกล้ๆปลายปีของทุกๆปี โดยปกติแล้วในปีนี้งานจะต้องถูกจัดขึ้นสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม แต่เนื่องจากมหาวิกฤตภัยน้ำท่วม จึงทำให้งานโยคะมีอันต้องเลื่อนมาจัดเป็น เสาร์ที่๑๗ และอาทิตย์ที่๑๘ธันวาคม ๒๕๕๔ และเปลี่ยนสถานที่ในการจัดงาน จากที่ตั้งใจจะจัดที่ปิยรมณ์สปอร์ตคลับ ก็มีอันต้องกลับมาจัดที่โรงเรียนนานาชาติบางกอกเปร็ป อีกครั้ง(ที่เดิม ที่จัดงานทั้งสองปีที่ผ่านมา)


และจากการเลื่อนงานออกไปนี้ จึงมีผลทำให้ครูสอนโยคะชาวต่างชาติหลายต่อหลายท่านไม่สามารถจะมาสอนได้ เนื่องจากมีคิวงานสอนในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ จึงทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนคลาสและตัวครูผู้สอนพอสมควรเลยทีเดียวสำหรับฝ่ายจัดงาน


ไทยแลนด์โยคะเฟสติวัลปีนี้ ผมได้รับเกียรติครั้งสำคัญในชีวิตเลยล่ะครับ โดยการได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในวิทยากร ครูสอนโยคะ ที่ขึ้นสอนโยคะ ในงานโยคะที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย...ทางฝ่ายจัดงานคือนิตยสารโยคะเจอร์น่อลไทยแลนด์ จัดให้ผมสอนในวันเสาร์ที่๑๗ธันวาฯ เวลา๙.๔๕-๑๑.๔๕น. ซึ่งเป็นคลาสที่สองของวันแรกในงานนี้ โดยทางฝ่ายจัดเสนอให้ผมสอนในหัวข้อที่ไม่เคยสอนที่ไหนมาก่อน เพื่อจะได้สร้างความสนใจให้กับผู้ที่เคยฝึกและเคยเรียนโยคะกับผม ผมจึงเลือกที่จะสอนในหัวข้อ "โยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก" โดยแนวคิดของผมก็คือ ต้องการให้ผู้ฝึกเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการฝึกท่าโยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก ซึ่งก็คือ การพัฒนาร่างกายของเราโดยเฉพาะบริเวณข้อต่อสะโพก ให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่ดีขึ้นเพื่อจะได้ทำให้เรา สามารถนั่งสมาธิในท่าปัทมาอาสนะ ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขึ้น เพื่อเป็นการเกื้อหนุน และนำเราไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะ คือ ฌาณหรือสมาธินั่นเอง


แรกๆผมก็หวั่นใจนิดๆ เนื่องจากมหาวิกฤตภัยน้ำท่วม เกรงว่าคนในคลาสของผมจะน้อยจนเงียบเหงา ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น ก็มีคลาสหยินโยคะของครูเซบัสเตียนด้วย เนื่องจากข้อจำกัดของสถานที่ในการจัดงานทั้งสองห้องที่ใช้ในการสอนจึงมีขนาดไม่เท่ากัน ห้องหนึ่งเป็นยิมเนเซี่ยมขนาดใหญ่เลยล่ะครับ(สนามบาสเก็ตบอลในร่ม น่ะครับ...ใหญ่มากๆ) ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นคล้ายๆห้องเรียนที่มีพื้นที่กว้างพอสมควร และพื้นห้องถูกออกแบบให้ใช้งานได้แบบเอนกประสงค์แต่ก็มีขนาดเล็กกว่าห้องยิมเนเซี่ยมแน่นอนครับ...ทางฝ่ายจัดงานจัดแบ่งการใช้ห้องดังกล่าว โดยการดูจากจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าคลาส หากว่าสอนในเวลาเดียวกัน ครูคนไหนมีจำนวนผู้เลือกเข้าคลาสเย๊อะกว่าก็จะถูกจัดให้ไปสอนในห้องขนาดใหญ่กว่า ซึ่งแน่นอนครับผมได้ไปสอนที่ห้องใหญ่ ใจหนึ่งก็รู้สึกแอบดีใจว่ามีคนเลือกเรียนกับเราเย๊อะกว่าอีกคลาสหนึ่ง แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าไอ้ที่เย๊อะกว่าอีกคลาสหนึ่งน่ะ อาจจะเย๊อะกว่าแค่สามคนหรือห้าคนก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆล่ะก็ คงจะนั่งกันเหงาเลยล่ะครับ







พอมาถึงเวลาที่จะต้องสอนจริงๆ เมื่อคนค่อยๆเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องยิมเนเซี่ยมขนาดใหญ่ ก็เล่นเอาผมตื่นเต้น ขาสั่น เสียงสั่นเล็กน้อยเลยเหมือนกันครับ เพราะคนมาเย๊อะกว่าที่ผมคิดไว้ ผมแอบนับคร่าวๆได้ที่ประมาณ ๗๐คน เลยล่ะครับ ที่มาเข้าเรียนในคลาสของผม ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ตามมาในการสอนของผมก็คือ ผมไม่เคยสอนคลาส ๒ชั่วโมงน่ะครับ ผมมักจะเคยชินกับการสอนคลาสในแบบ ๑ชั่วโมง, ๑ชั่วโมงครึ่ง หรือเป็นเวิร์คชอฟแบบ ๓ชั่วโมงไปเลย สิ่งทีผมอยากนำเสนอมีเย๊อะมาก แต่เนื่องจากเวลามันมีจำกัดแค่ ๒ชั่วโมงเท่านั้น จึงเล่นเอาผมเกือบจบไม่ลงเหมือนกันล่ะครับ สอนเกินเวลาไป ๑๕นาที แต่ทุกอย่างในการสอนของผม ก็สามารถผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น เรียบร้อยครับ






                                      (ครูจิมมี่ และครูที.เจ.เพ็ง)




                            (ครูจิมมี และคุณป๊อป, อารียา)




                               (ครูจิมมี่ และครูอุ้ม, สุชาวดี)




                                 (ครูจิมมี่ และครูอิโด้)

ภายในงานไทยแลนด์โยคะเฟสติวัลนี้ เนื่องจากทางสถาบันฟิตของเราก็ได้มาออกบู๊ทด้วยเป็นประจำทุกปี ผมจึงได้อาศัยนำหนังสือของ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ผม และเสื้อยืดโยคะการกุศล นำเงินรายได้ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม มาวางจำหน่ายที่บู๊ทของสถาบันฟิต พร้อมทั้งแจกลายเซ็นต์ให้ผู้ที่ซื้อหนังสือจากผมทุกคนเลยครับ(ซึ่งก็ไม่ค่อยจะแน่ใจเหมือนกัน ว่าท่านต่างๆเหล่านั้นที่ซื้อหนังสือไป ต้องการลายเซ็นต์ของผมหรือไม่ อิๆๆ) บรรยากาศที่บู๊ทของสถาบันฟิตก็สนุกสนานเลยล่ะครับ ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันรวมจนถึงผู้ที่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ต่างก็แวะเวียนกันเข้ามาที่บู๊ทของเรา นอกจากนี้ก็ยังมีบู๊ทจำหน่ายสินค้ารวมจนถึงโยคะสตูดิโอต่างๆอีกพอประมาณ แต่ผมรู้สึกว่าบรรยากาศของงาน รวมถึงการเดินเลือกซื้อสินค้าที่บู๊ทขายสินค้าต่างๆของผู้เข้าร่วมงานและผู้สนใจที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมงาน ค่อนข้างจะเงียบเหงากว่าทุกๆปีที่ผ่านมา









                      (ครูเอก, สรวิชญ์ Singing Yogi และครูจิมมี่)




                                (ครูหนู, ชมชื่น สิทธิเวช และครูจิมมี่)




                                (ครูจิมมี่, คุณยุ้ย, ครูวีณา, ครูเซบัสเตียน)



                                (ครูโจนัส และครูจิมมี่)




    (ทีมครูจาก It's Yoga เดวิด, ครูจิมมี่, ครูริคาโด้ และครูจอย)




                                (ครูไอช่า และครูจิมมี่)




                               (ครูอี๊ด สวนลุมฯ และครูจิมมี่)




                            (ครูจิมมี่, ครูมาร์ค และคุณแตง Lullaby Yoga)

และหลังจากงานวันแรกกำลังผ่านพ้นไป ผมก็เดินทางกลับมาพักผ่อนยังที่พักของผม เพราะตั้งใจว่างานในวันที่สอง ผมก็จะไปนั่งประจำที่บู๊ทเพื่อโปรโมทคอร์สครูฝึกโยคะของสถาบันฟิต และหนังสือ"เรื่องเล่า...จากครูโยคะ"ของผม  สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ค่อยๆปรากฏสัญญาณเตือน เมื่อภรรยาของผมที่กำลังตั้งครรภ์ได้เกือบจะ ๙เดือนแล้ว บอกกับผมว่ามีการเกร็งภายในช่องท้องเป็นระยะๆจนทำให้รู้สึกปวดหน่วงๆ คุณหมอที่ผมและภรรยาไปฝากครรภ์ไว้ท่านได้แนะนำว่า หากในช่วงก่อนที่จะครบกำหนดครรภ์ ๙เดือนนี้ ภรรยาผมมีการเจ็บเกร็งภายในช่องท้องอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทุกๆ๑๐นาที ยาวนาน ๒-๓ชั่วโมง โดยที่อาการเกร็งที่ว่านี้จะทำให้รู้สึกปวดหน่วงๆและถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเราเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ให้รีบมาที่โรงพยาบาลทันที...จากการสังเกตการณ์ ตั้งแต่ห้าทุ่มไปจนถึงตีสอง ก็พบว่าใช่แน่ๆแล้ว ผมจึงรีบพาภรรยาไปโรงพยาบาลทันที ซึ่งจริงๆแล้วคุณหมอได้กำหนดวันคลอดไว้เป็นวันพฤหัสฯที่ ๒๒ ธันวาฯ ๒๕๕๔


และในเวลา๐๓.๔๑น. ของเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ ๑๘ธันวาคม ๒๕๕๔ ลูกชายของผม(น้องขุน) ก็ได้ถือกำเนิด ลืมตามาสู่โลกนี้ ด้วยน้ำหนักตัว 3,095กรัม ถือได้เลยว่าเสาร์ที่๑๗ และอาทิตย์ที่๑๘ ธันวาฯ ที่ผ่านมานี้เป็นวันดีๆมากๆเลยครับสำหรับผม  ถึงแม้นว่าผมจะต้องอดตาหลับขับตานอนก็ตาม(ดีมากๆเลยนะครับที่ลูกชายคนนี้รู้จังหวะเวลา มาคลอดหลังจากที่ผมสอนงานใหญ่เสร็จพอดี หากคลอดคืนก่อนที่จะต้องขึ้นสอนล่ะก็ คงจะจินตนาการไม่ถูกเลยล่ะครับสำหรับผม) ช่วงนี้ผมก็เลยต้องมีการงดการสอนในบางคลาสบ้างพอประมาณ เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับภรรยาของผมและคอยแบ่งเบาภาระบางส่วนในการเลี้ยงลูกน้อย สมาชิกใหม่ของครอบครัวเรา








                               (ครูจิมมี่ กับน้องขุนแรกเกิด)

ช่วงเวลาดีๆของผมกับการสอนโยคะ มิตรภาพอันงดงามจากเพื่อนๆครูโยคะและผู้มาร่วมเข้าเรียนโยคะในคลาสของผม ความรักและกำลังใจที่แสนงดงามและยิ่งใหญ่จากครอบครัวอันเป็นที่รักของผมจนทำให้ผมได้มีสมาชิกใหม่ของครอบครัวอีก ๑คน 


แล้วพบกันใหม่ ในงานไทยแลนด์โยคะเฟสติวัล ปีหน้านะครับ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนว่าจะจัดที่ไหน เมื่อไหร่ และก็ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าผมจะได้รับเกียรติให้ขึ้นสอนอีกหรือไม่...แต่ที่แน่ๆก็คือว่าปีหน้าผมและภรรยาไม่มีทายาทเพิ่มแน่นอนครับ อิๆๆ

ขอพลังแห่งโยคะ, วันดีๆ, ความรัก, ความศรัทธา จงอยู่กับทุกๆคนตลอดไป

นมัสเต,

จิมมี่โยคะ


วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โอกาสอะไร...ที่พวกเราได้รับจากโยคะ


โอกาสอะไร...ที่พวกเราได้รับจากโยคะ

จากการที่ผมได้มีโอกาสรู้จักกับคุณอิทธิฤทธิ์ ประคำทอง บรรณาธิการของสื่อโยคะออนไลน์ "อรุโณทัย" จึงทำให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องโยคะกับคนอื่นๆมากขึ้น ซึ่งคุณอิท มักจะมีการตั้งหัวข้อ หรือเปิดประเด็น ที่จะให้พวกเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในวงการโยคะเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อนำข้อมูลต่างๆที่ได้รับจากคนในวงการโยคะไปเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยล่ะครับ

ล่าสุด หัวข้อ หรือ ประเด็นที่คุณอิทได้หยิบยกขึ้นมาก็คือ "โอกาสที่เราได้รับจากโยคะ" ผมว่าเป็นหัวข้อที่ดีมากๆและหลายๆคนคงมีความทรงจำดีๆและความประทับใจต่างๆอย่างมากมายเกี่ยวกับโยคะ ซึ่งผมเองก็เลยถือโอกาตรงนี้ ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นในหัวข้อนี้ตามมุมมองของผมดังต่อไปนี้ 

โดยส่วนตัวแล้ว โอกาสที่ผมเองได้รับ หลังจากที่ผมได้เริ่มรู้จักกับโยคะและเริ่มฝึกโยคะนั้นมีเยอะเสียจนผมจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยล่ะครับ ผมขอจำแนกเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

1.โอกาสที่สำคัญมากๆในชีวิตการทำงานของผมมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือการที่ผมได้เลือกตัดสินใจที่จะมาเป็นครูสอนโยคะ หลังจากที่รู้สึกดีมากๆกับการฝึกโยคะครั้งแรกของผมเมื่อ12ปีที่แล้ว ในสมัยที่ผมเพิ่งจะเริ่มทำงานใหม่ๆด้วยการเป็นครูฝึกในฟิตเนส มันเป็นการทำให้ผมได้มีโอกาสนำเอาความสามารถที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในตัวผมออกมาสร้างประโยชน์อย่างมากมายให้กับตัวเองและผู้อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

2.เป็นโอกาสที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้ผมได้ค้นพบกับอาชีพที่ผมรัก อาชีพที่ผมทำแล้วมีความสุข และยังคงเลือกที่จะพัฒนา, ก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกับอาชีพนี้(ณ จุดนี้ทำให้ผมเลือกที่จะลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสอนโยคะแบบอิสระจนถึงทุกวันนี้) มันไม่ใช่เรื่องง่ายครับที่เราจะใช้เวลาเพียงไม่นานนักค้นพบกับสิ่งที่ตนเองทำแล้วรัก ทำแล้วมีความสุข และสามารถนำมาเป็นอาชีพได้ ดังนั้นผมถือว่านี่เป็นโอกาส+โชคดีครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผม
 

3.เป็นโอกาสดีๆ ที่ทำให้ผมได้เดินทางไปเข้าฝึกอบรมและสอนโยคะในสถานที่ต่างๆ มากมายและได้พบกับผู้คนมากมายในหลายๆสาขาวิชาชีพที่มีใจรักในการฝึกโยคะ ทำให้ผมได้พบกับมิตรภาพ และได้รับประสบการณ์ต่างๆอย่างมากมายในชีวิตการตระเวนสอนโยคะแบบอิสระ(มีครบทุกรสชาติเลยล่ะครับ)

และสำหรับทุกๆคนแล้วโอกาสสำคัญมากๆที่เราได้รับจากโยคะก็คงจะคล้ายคลึงกัน คือการที่โยคะได้มอบโอกาสให้กับพวกเราทุกคนด้วยการสอนให้เราอยู่อย่างมีความสุข, สอนให้เราเรียนรู้ที่จะปรับตัวและอยู่กับธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม กลมกลืน ลงตัว, สอนให้เรารู้จักพอเพียงและเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปัน, สอนให้เราเข้าใจผู้อื่นและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุข

และในเมื่อโยคะได้ให้โอกาสกับพวกเรามากมายขนาดนี้ ผมเองก็คงจะต้องใช้โอกาสที่ได้รับมานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับตนเอง ผู้อื่น สังคมและประเทศชาติ ตามกำลังความสามารถของผมโดยผมเลือกที่จะแบ่งปันเรื่องราวที่คิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์กับผู้อื่นผ่านบล็อโยคะของผมhttp://jimmyhathavinyasayoga.blogspot.com/ รวมจนถึงการสอนโยคะการกุศลเพื่อรวบรวมเงินไปสมทบทุนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในโอกาสต่างๆ ภายใต้ชื่อโครงการ "Shanti to Thailand with Karma Yoga, We can do it Together" ผมถือว่านี่คือการส่งต่อโอกาสไปสู่ผู้อื่นที่ผมพอจะสามารถกระทำได้

"เมื่อเราเป็นผู้ที่เคยได้รับโอกาส เราเองก็ควรจะเป็นผู้ที่มอบโอกาสหรือส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นบ้างเช่นกัน"

สามารถเข้าไปอ่านความคิดเห็นของคนในวงการโยคะท่านอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ 

http://issuu.com/ittirit/docs/arunothai10

ขอพลังแห่งโยคะและโอกาสที่เราพึงปรารถนาจงอยู่กับเราทุกๆคนตลอดไป

นมัสเต,


จิมมี่โยคะ

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โยคะเวิร์คชอฟ ที่ลำพูน และเชียงใหม่ โดยครูจิมมี่...





โยคะเวิร์คชอฟ ที่ลำพูน และเชียงใหม่ โดยครูจิมมี่...


สำหรับผู้หลงไหลในการฝึกโยคะ ชาวจังหวัดลำพูน+เชียงใหม่ และชาวจังหวัดใกล้เคียง เตรียมตัวพบกับโยคะเวิร์คชอฟ โดยครูจิมมี่ วันเสาร์ที่25 และวันอาทิตย์ที่26 กุมภาพันธ์ 2555

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 
เวลา 8:30 -12:30น.  Art of Adjustments for Yoga Asana เป็นเวิร์คชอฟสำหรับผู้ที่เป็นครูสอนโยคะที่ต้องการทบทวนและเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการเข้าไปช่วยผู้ฝึกโยคะในการจัดระเบียบร่างกาย

ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดลำพูน

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555
เวลา9:00 -16:30น.  เป็นเวิร์คชอฟแบบเต็มวันสำหรับผู้ฝึกโยคะทุกระดับ

ณ โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์ จังหวัดเชียงใหม่

318/1 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบล.วัดเกศ อำเภอ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่

9.00-12.00น. Applied Bandha for Yoga Practitioner.
 การนำเทคนิคของพันธะมาประยุกต์ใช้กับการฝึกโยคะอาสนะ
เป็นเวิร์คชอฟ แบบทฤษฎีเชิงปฏิบัติ
การเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกทำพันธะ(ล็อคร่างกาย)ทั้งสาม คือ ชาลันธรพันธะ, อุททียาณพันธะ และมูลพันธะ สำหรับการฝึกโยคะในขั้นพื้นฐาน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการฝึกโยคะอาสนะของตัวเราเองอย่างเหมาะสม และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการฝึกโยคะ
(เหมาะสำหรับผู้ฝึกโยคะทุกระดับ)

13.30 - 16.30 น. Hips Opener Series for Yoga Asana.
ท่าฝึกโยคะอาสนะเพื่อการบริหารข้อต่อสะโพก
เป็นเวิร์คชอฟ แบบทฤษฎีเชิงปฏิบัติ
การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคในการฝึกท่าบริหารข้อต่อสะโพกต่างๆสำหรับการฝึกโยคะอาสนะ
เพื่อมาประยุกต์ใช้ในการฝึกโยคะอาสนะของเราอย่างเหมาะสม
(เหมาะสำหรับผู้ฝึกโยคะทุกระดับ)


ค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมอบรม วันเสาร์ที่25 กุมภาพันธ์ 2555
เพียงวันเดียว(เวลา8:30-12:30น.)
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2554 ในราคาพิเศษเพียงท่านละ 550 บาท เท่านั้น
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่1 มกราฯ - 14 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 650 บาท
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่15 กุมภาฯ - 25 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 790 บาท

ค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมอบรม วันอาทิตย์ที่26 กุมภาพันธ์ 2555

เพียงวันเดียว(เวลา9:00-16:30น.)
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2554 ในราคาพิเศษเพียงท่านละ 990 บาท เท่านั้น
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่1 มกราฯ - 14 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 1,200 บาท
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่15 กุมภาฯ - 25 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 1,300 บาท


ค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมอบรม ทั้งสองวัน วันเสาร์ที่25+อาทิตย์ที่26 กุมภาพันธ์ 2555

สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2554 ในราคาพิเศษเพียงท่านละ 1,500 บาท เท่านั้น
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่1 มกราฯ - 14 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 1,750 บาท
สมัคร+โอนเงิน ตั้งแต่15 กุมภาฯ - 25 กุมภาฯ 2554 ในราคาท่านละ 1,990 บาท


ดังนั้นถ้าต้องการสมัครแบบราคาพิเศษก็ควรสมัครก่อนปีใหม่น๊ะจ๊ะทุกๆท่าน

สามารถโทร.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
ครูเหมย. 08-5864-1016 และ 08-5616-6093

พิเศษ ! ทดลองฝึกโยคะบนเสื่อ Manduka ได้ในงานนี้, พบกับบู๊ทสินค้า Manduka YogaAum เสื้อผ้า Be Present และTonic มาลดราคาพิเศษในวันงาน

หวังว่าเราคงจะได้พบกัน ในโยคะเวิร์คชอฟ ของผมที่ลำพูนและเชียงใหม่ นะครับ

ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับทุกคนตลอดไป

บุญรักษา พระคุ้มครอง

นมัสเต,

จิมมี่โยคะ


ป้ายกำกับ

Powered By Blogger