Yoga Aid Challenges Thailand 2010. in Thailand Yoga Festival 2010.
Yoga Aid คือ องค์กรโยคะที่จัดกิจกรรมการกุศลเกี่ยวกับโยคะเพื่อ รวบรวมเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมเข้าองค์กร และ นำเงินรายได้ไปช่วยเหลือสังคมตามวาระโอกาส ซึ่งในปัจจุบันมีครูโยคะและผู้ฝึกโยคะทั่วโลกเป็นสามาชิกขององค์กรและร่วมทำกิจกรรมโยคะการกุศลกับองค์กรอย่างมากมาย
โดยส่วนตัว ผมรู้จักกับองค์กร Yoga Aid ครั้งแรก ตอนที่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมงาน Asia Yoga Conference 2008 ที่ประเทศฮ่องกง และในปีนี้ในงาน Yoga Festival Thailand 2010 ในบ้านเรา ก็เป็นการเข้ามาจัดกิจกรรม Yoga Aid Challenge ครั้งแรกของเมืองไทย, สำหรับผมแล้วเคยแต่ไปเข้าร่วมกิจกรรมในแบบที่เป็นผู้ฝึกกับ Yoga Aid แต่การเข้ามาของ Yoga Aid ครั้งแรกในเมืองไทยในครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับการติดต่อจากทาง Thailand Yoga Journal ให้มีส่วนร่วมในการเป็นหนึ่งใน 12 ท่าน ของทีมครูผู้สอน ที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำสอน สุริยนมัสการ 108 ในงานนี้(เป็นการสร้างชื่อเสียงเกียรติยศให้กับวงศ์ตระกูลอีกครั้งหนึ่งของครูจิมมี่) ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงงานนี้ คงจะใช้หัวข้อของกิจกรรมครั้งนี้ว่า 108 Sun Salutation, ไหว้พระอาทิตย์ 108 หรือ สุริยนมัสการ 108, และที่มาของเลข 108 ตามข้อมูลที่ผมพอจะทราบมาก็คือ เป็นเลขมงคลตามความเชื่อของศาสนาฮินดูและพุทธ ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินคำว่าลูกประคำ 108 คือลูกประคำที่เราใช้นับตอนฝึกสมาธิ, นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเลข 108 นี้เป็นจำนวนท่าร่ายรำที่พระศิวะได้ทรงสำแดงอิทธิฤทธิ์ไว้ในตำนาน บางท่านก็ได้นำข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์เข้ามาเชื่อมโยงว่าเป็นจำนวนของดาวเคราะห์ 108ดวงที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์, และยังมีความสัมพันธ์กับจำนวนของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 108แห่งในอินเดีย ที่โยคีใช้ในการบำเพ็ญพรต จนบรรลุถึงเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะ และตัวเลข108นี้ อาจจะยังสามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆอีกหลายอย่าง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้...
และครูทั้ง 12 ท่าน ที่ได้รับเกียรติมาสอน Yoga Aid Challenges Thailand 2010. มีรายนามดังต่อไปนี้
Adrian Cox
Beth Shaw
Casey Gramaglia
Cora Wen
Ken Harakuma
Lieve Powell
Or-Yah Avni
Prasad Rangnekar
Rosukhon Sunchuan
Sasha C.
Veena Sethi
Yuttana Poncharoen (Jimmy)
สำหรับ กิจกรรม Yoga Aid Challenges Thailand จะจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 เวลา 18.00-20.00น. ณ โรงเรียน นานาชาติ Bangkok Prep. สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ, สุขุมวิท 53,
สามารถติดตาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสารไทยแลนด์โยคะเจอร์น่อล ฉบับเดือนกันยายน 2553 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.yogajournalthailand.com/?aboutusหรือ http://yogaaid.com/thailand/Default.aspx
และผมก็ถือโอกาสนี้เรียนเชิญผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อกของผมทุกท่าน มาร่วมกันทำกิจกรรมโยคะเพื่อการกุศลในครั้งนี้ร่วมกันนะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงจะได้มีโอกาสเจอกันในงานนี้ ในกิจกรรม Yoga Aid Challenges Thailand 2010. Thailand Yoga Festival 2010.
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
เรื่องเล่า...จากครูโยคะ
เรื่องเล่า...จากครูโยคะ เป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆจากประสบการณ์การสอนโยคะของครูจิมมี่ ถ่ายทอดออกมาเป็นบทความ สอดแทรกอารมย์ขัน เหมาะกับผู้ที่สนใจในการฝึกโยคะ, ครูฝึกโยคะและทุกๆคน ทุกเพศทุกวัย
สำหรับทุกๆท่านที่เพิ่งจะเข้ามาใช้บริการ อ่านบล็อก เรื่องเล่า...จากครูโยคะ โดยครูจิมมี่ สามารถเลือกคลิ๊กเข้าไปอ่าน บทความอื่นๆได้ ที่เดือนต่างๆ ซึ่งเรียงอยู่ทางด้านขวามือของบทความ ขอบพระคุณมากครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป...นมัสเต...
สำหรับทุกๆท่านที่เพิ่งจะเข้ามาใช้บริการ อ่านบล็อก เรื่องเล่า...จากครูโยคะ โดยครูจิมมี่ สามารถเลือกคลิ๊กเข้าไปอ่าน บทความอื่นๆได้ ที่เดือนต่างๆ ซึ่งเรียงอยู่ทางด้านขวามือของบทความ ขอบพระคุณมากครับ
ขอพลังแห่งโยคะจงอยู่กับคุณตลอดไป...นมัสเต...
วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ป้องกันการบาดเจ็บจากการฝึกโยคะ ด้วยการอบอุ่นร่างกายอย่างเหมาะสม
(ครูจิมมี่ขณะนำผู้ฝึกอบอุ่นร่างกาย บริหารข้อต่อหัวเข่า ในเวิร์คชอปครั้งแรกของ ฟิต สตูดิโอ)
การวอร์มอัพ หรือการอบอุ่นร่างกายถือว่ามีความสำคัญอย่างมากสำหรับการออกกำลังกายทุกชนิดรวมจนถึงการฝึกโยคะอาสนะของเราด้วยครับ
การอบอุ่นร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่างๆ ตลอดจนหัวใจ และปอด ได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า อีกสักครู่จะต้องทำงานมากขึ้น การอบอุ่นร่างกายจะประกอบไปด้วยการยืดกล้ามเนื้อ และเอ็นของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ประมาณ 5-10 นาที ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสถานที่ที่จะออกกำลังกายด้วย ถ้าอากาศเย็นอาจต้องเพิ่มเวลา การอบอุ่นร่างกาย เพราะจะทำให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อต่างๆ มากขึ้น กีฬาแต่ละประเภทจะมีวิธีการอบอุ่นร่างกายไม่เหมือนกัน แต่หลักการก็คือ ต้องการให้กล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ ได้ถูกยืดออกให้เต็มที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะออกกำลังกายจริง เพราะเวลาออกกำลังกายจริง การเคลื่อนไหวของร่างกายตามลักษณะกีฬาและวิธีออกกำลังกายที่ท่านจะเล่นต่อไป จะต้องอาศัยการยืด หรือการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ ถ้าหากไม่ได้ยืดเอาไว้ก่อน กล้ามเนื้อหรือเอ็นอาจได้รับบาดเจ็บ ในบางรายอาจฉีกขาดได้
กล่าวโดยสรุป ประโยชน์ในการอบอุ่นร่างกาย มีดังนี้ คือ
1. เป็นการเตรียมกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่างๆ ให้พร้อมที่จะออกกำลังกายต่อไป ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งในด้านประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และในด้านป้องกันการบาดเจ็บจากกีฬา เช่น กล้ามเนื้อฉีกหรือข้อแพลง เป็นต้น
2. ทำให้การประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อและประสาทดีขึ้นในขณะออกกำลังกาย
3. ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิต ของหัวใจ และ ระบบการหายใจ ค่อยๆ ทำงานมากขึ้นทีละน้อยก่อนที่จะออกกำลังกายจริง
ซึ่งหลายๆครั้งในการฝึกโยคะของเรา บางครั้งเราอาจจะเข้าใจว่าการไหว้พระอาทิตย์คือการวอร์มอัพและเหมือนการไหว้ครู(ก็เป็นไปได้ครับหากเรา ค่อยๆไหว้พระอาทิตย์ในรอบแรกๆแบบช้าๆระมัดระวังค่อยๆเป็นค่อยๆไป แล้วจึงค่อยๆเพิ่มความเร็วเพิ่มความเข้มข้นของการเคลื่อนไหวขึ้นทีละนิดทีละนิด)
แต่ในบางครั้ง, บางวัน เรารู้สึกขี้เกียจ เมื่อยร้า เฉื่อยชา ซะเหลือเกิน แต่ก็ยังไปเข้าฝึกโยคะ ในวันแบบนี้แหล่ะ ที่เราต้องการอะไรเล็กๆน้อยๆเพื่อมาเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายของเราก่อนที่จะไหว้พระอาทิตย์ โดยการใช้รูปแบบของท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างง่ายๆ มาใช้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมร่างกาย ก่อนการฝึกโยคะ ผมแนะนำว่า ท่าที่นำมาใช้ควรจะเป็นท่าที่ไม่หนักมาก ผมจะเรียกขั้นตอนนี้ว่าวอร์มอย่างไม่เป็นทางการ วอร์มอีล๊อกก๊อกแก๊ก และหลักการของขั้นตอนนี้ที่ผมจะขอแนะนำก็คือ ควรจะออกแบบท่าที่เราใช้ให้
1. ครอบคลุมทุกข้อต่อในร่างกายของเรา
2. ครอบคลุมทุกฟังก์ชันการเคลื่อนที่ของร่างกายเรา ก็คือ ก้มตัวไปด้านหน้า, การเอนตัวแอ่นหลัง, การบิดตัวซ้าย-ขวา, การเอียงตัวไปด้านข้างซ้าย-ขวา
3. ครอบคลุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดหลักๆในร่างกายของเรา
ซึ่งสิ่งที่ผมนำเสนอในหัวข้อนี้ก็เป็นเพียงแนวทางขั้นพื้นฐานสำหรับการป้องกันการบาดเจ็บจากการฝึกโยคะเพียงเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วการบาดเจ็บจากการฝึกโยคะของเรายังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่สามารถส่งผลกระทบกับเราจนทำให้เราอาจจะเกิดการบาดเจ็บได้ ซึ่งหัวข้อนี้ขอเป็นการเกริ่นนำก่อนก็แล้วกันนะครับ ในบทความหน้าคงจะเพิ่มความเข้มข้นด้วยการพูดคุยกันถึงเรื่องการบาดเจ็บจากการฝึกโยคะแบบเป็นจุดๆไปเลย (น่าสนใจใช่ไหมล่ะ) โปรดติดตามบทความหน้านะครับ
ด้วยพลังแห่งโยคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การบาดเจ็บจากการฝึกโยคะของทุกๆคนจะลดน้อยลง
รบกวนทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อก ทั้งตั้งใจและบังเอิญเข้ามาอ่านก็ดี ทุกความคิดเห็นของท่านมีความสำคัญมากๆสำหรับผม โปรดช่วยแสดงความคิดเห็น ด้านล่างของบทความทุกบทความที่ท่านให้เกียรติเข้ามาอ่าน เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ให้กับผู้เขียนในโอกาสต่อไป หรือหากท่านต้องการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นแบบส่วนตัวหรือเข้าไปเยี่ยมชมรูปภาพของครูจิมมี่ ก็สามารถติดต่อได้ที่ e-mail: jimmythaiyoga@yahoo.com www.facebook.com. โดยค้นหาจาก คำว่า Jimmy Yoga หรือ e-mail ขอบพระคุณมากๆครับ
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Asia Fitness Convention 2010
มหกรรมของคนรักสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งในงานนี้คุณจะได้พบกับวิทยากรมืออาชีพทางด้านการออกกำลังกายที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลก ทั้ง Sport Conditioning, Nutrition, Personal Trainer, Group Exercise, Yoga, Pilates...และพบกับการออกร้าน ของผลิตภัณฑ์ต่างๆทางด้านการออกกำลังกายมากมาย
งานนี้จะจัดขึ้น ในวันที่ 17 -19 กันยายน 2553 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นทารา (เซ็นทรัลเวิร์ลด)
สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asia-fitness.com/index.php#Down
ในส่วนของ ผู้ที่ได้รับเกียรติเชิญมาเป็นวิทยากร ทางด้านโยคะในงานนี้ก็คือ
Larry Schultz, It's Yoga
Jennifer Galardi, Crunch
Lawrence Biscontini
Nikki Durrant, Tripsichore Yoga
Leah Kim
Taj Harris, Crunch
Vincent Tam, FitnessFirst Asia
Yuttana Poncharoen (Jimmy), Fitness Innovations Thailand
ซึ่งในงานนี้ผมก็ได้รับเกียรติ เป็นวิทยากร จากประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่ได้รับเชิญเข้าไปมีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์โยคะของผม ให้กับผู้เข้าร่วมงาน Asia Fitness Convention 2010. ผมได้รับมอบหมายให้สอน คลาสแรก ตอนเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 7.00 - 8.00น.ในหัวข้อ Fit Fun Flow Yoga Workout และก็เป็นคลาสเดียวที่ผมได้สอนในงานนี้ ถือว่าเป็นเวทีสู่สาธารณชนระดับนานาชาติ งานแรกของผม(งานแรกก็เจองานใหญ่ระดับเอเชียเลย) ผมก็เตรียมตัวพอสมควรเพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับการสอนครั้งสำคัญของผมในงานนี้ และก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย (รบกวนทุกคนช่วยส่งแรงใจมาช่วยด้วยแล้วกันครับ หรือจะมาเข้าคลาสกับผมก็ได้นะครับถ้าสามารถ เพราะค่าเข้างานก็ถือว่าราคามาตรฐานสากลเลยล่ะครับ แพงแต่ก็คุ้มค่ามากๆครับ)
สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asia-fitness.com/index.php#Down
หวังว่าเราอาจจะได้พบกันในงาน Asia Fitness Convention 2010. นะครับ...
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
โยคะเวิร์คชอป ที่ฟิต สตูดิโอ โดย ครูอุ้ม, สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช
โยคะเวิร์คชอป ที่ฟิต สตูดิโอ โดย ครูอุ้ม, สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช.
โยคะเวิร์คชอปครั้งที่สาม ของฟิตสตูดิโอ ได้รับเกียรติจาก ครูอุ้ม, สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช ครูอัษฎางคโยคะชาวไทยหนึ่งเดียว ที่ได้รับใบรับรองให้สอนอัษฎางคโยคะจากท่าน ศรี เค ปัฐภี โชอิส
สำหรับผู้ที่ติดตามบล็อกของผม หรือผู้ที่หลงไหลในการฝึกโยคะทุกๆท่าน บอกได้คำเดียวว่าต้องรีบจองครับ เพราะเรารับได้จำนวนจำกัดแค่ 22 ท่านเพียงเท่านั้นครับ (ค่าใช้จ่ายเพียงท่านละ 1,200 บาท เท่านั้น)
หวังว่าเราคงได้พบกัน วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2553 เวลา 13.00 - 17.00น.
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
โยคะเวิร์คชอป ครั้งที่สอง ของ ฟิตสตูดิโอ
โยคะเวิร์คชอป ครั้งที่สอง ของ ฟิตสตูดิโอ
จากความมุ่งมั่นตั้งใจ ของทีมผู้บริหารของ ฟิต สตูดิโอ ที่ต้องการสนับสนุนแฟนพันธุ์แท้โยคะใน กทม.ให้มีโอกาสได้เข้าร่วมโยคะเวิร์คชอปคุณภาพสูงราคาประหยัด ซึ่งเราจะเน้นที่วิทยากรโยคะชาวไทยที่มีความรู้ความสามารถเป็นหลักก่อน ซึ่งต้องบอกกันตรงๆว่า ยังมีครูโยคะชาวไทยของเราหลายต่อหลายคนที่มีความรู้ความสามารถ ผ่านการเรียนการฝึกฝนจากองค์กรโยคะระดับนานาชาติและสถาบันโยคะชั้นแนวหน้าของโลกอีกมากมายหลายท่าน แต่เราอาจจะไม่รู้จักกันในวงกว้าง
และในกิจกรรมโยคะเวิร์คชอปครั้งที่สอง ของ ฟิต สตูดิโอนี้ เราได้มีโอกาสเชิญ ครูสุธรรม สอนเฒ่า(ธรรมศักติ) มาอบรมในหัวข้อ การปลดล็อกพลังงานในร่างกายด้วยการฝึกโยคะเพื่อความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะเป็นแนวโยคะบำบัดสมัยใหม่ ที่ใช้ท่าโยคะเพื่อการบำบัดมาประยุกต์เข้ากับการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าเราอาจจะไม่คุ้นเคย และอาจจะไม่เคยฝึกแบบนี้ที่ไหนมาก่อนในเมืองไทย
ผมมีโอกาสได้รู้จักกับครูสุธรรมโดยบังเอิญ เนื่องจากมาสอนโยคะให้กับฟิตเนสใหญ่แห่งหนึ่งเช่นเดียวกัน และสอนในเวลาที่ใกล้เคียงกันจึงทำให้มีโอกาสได้พบและพูดคุยกันบ่อยครั้ง ซึ่งก็ทราบได้ทันทีถึงความมุ่งมั่น ที่ครูสุธรรมมีต่อการสอนโยคะ จึงทำให้ผมกับครูสุธรรมมีมุมมองแนวคิดในการฝึกและการสอนโยคะที่คล้ายๆกัน ทำให้เราได้มีโอกาส ไปร่วมเวิร์คชอประดับนานาชาติด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง
ครูสุธรรม จบหลักสูตร Yogic Study 4เดือน จาก บีฮาร์โยคะ (บ้านเรามักเรียกว่าพิหาร) ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยโยคะแห่งแรกของโลกและของอินเดีย ซึ่งเป็นสถาบันโยคะที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งทางด้านโยคะ ในเวิร์คชอปครั้งนี้ ครูสุธรรมก็ได้รวบรวมวิชาความรู้ต่างๆที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาอย่างยาวนาน มาเผยแพร่ให้แฟนพันธุ์แท้โยคะทุกๆท่านได้ทราบแบบลึกซึ้ง ดังนั้นก็คงจะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ไม่น่าพลาดหากคุณมีเวลาว่าง ช่วงบ่าย วันอาทิตย์ที่ 1สิงหาคม 2553 ก็เข้ามาร่วมเวิร์คชอปได้ที่ ฟิตสตูดิโอ
สามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟิต สตูดิโอ โทร. 02 650 8282
แล้วพบกันที่ ฟิต สตูดิโอ นะจ๊ะทุกๆคน
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
โยคะเวิร์คชอปครั้งแรก...ของ ฟิต สตูดิโอ
โยคะเวิร์คชอปครั้งแรก...ของ ฟิต สตูดิโอ
ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ สำหรับโยคะเวิร์คชอปครั้งแรก ของ ฟิต สตูดิโอ (อาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2553) ซึ่งผมก็ได้รับความไว้วางใจ จากกรรมการผู้จัดการ ของ ฟิต สตูดิโอ คุณวิจิตรา โอสถศิลป์ ให้ผมทำเวิร์คชอป ในหัวข้อที่ไม่เคยจัดอบรมที่ไหนมาก่อน ผมจึงคิดว่า หัวข้อ หลักและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน น่าสนใจ เพราะจากประสบการณ์การสอนโยคะของผมหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ฝึกโยคะในบ้านเรา ยังไม่ค่อยเข้าใจหลักและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืนเท่าที่ควร จากการเฝ้าสังเกตผู้ฝึกในคลาสเรียนของผมส่วนใหญ่ผู้ฝึกประมาณ 40% ในคลาสยังขาดความเข้าใจ ในการจัดระเบียบร่างกายในการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน ผมจึงประมวลเทคนิค, หลักและวิธีการต่างๆของการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม มาถ่ายทอดสู่ผู้ฝึกโยคะที่สนใจ
ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้ารับการอบรม รวมทั้งหมด 19 ท่าน หลายๆท่านก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่หลายๆท่านผมก็ไม่ค่อยคุ้นหน้าเลยก็มี บางท่านก็เป็นครูสอนโยคะ บางท่านก็เป็นผู้ฝึกโยคะ ซึ่งการอบรมครั้งนี้ผมเปิดให้ผู้ฝึกโยคะทุกระดับสามารถเข้าร่วมอบรมได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ก็ถือว่าเป็นการมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมาทำความรู้จักกับเพื่อนๆในวงการโยคะ
บรรยากาศของการอบรม ก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน(ตามแบบสไตล์ของผม) เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมและเปิดการอบรมโดยคุณวิจิตรา โอสถศิลป์(กรรมการผู้จัดการ ฟิต สตูดิโอ) ในช่วงแรกของการอบรม(เวลาประมาณ 13.15-14.45น.) ก็เป็นทฤษฎีเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับหลักและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน แถมท้ายด้วยเทคนิคของการออกแบบ การจั๊มทรู-จั๊มแบ็ค ในสไตล์ที่เราๆพอจะสามารถทำได้ จากนั้น(เวลาประมาณ 14.50-15.05น.)ก็เป็นช่วงพักรับประทานอาหาร เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ผมจึงถือโอกาสตรงนี้ให้ทุกๆคนได้แนะนำตัว และทำความรู้จักกันไว้อาหารว่างเล็กๆน้อยๆของเรา ก็เป็นน้ำผลไม้ ผลไม้ และแซนวิช ซึ่งก็สามารถทำให้หลายๆท่านคลายความหิวและพอจะมีพลังมาสู้ต่ออีกช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงฝึกคลาสหฐะวินยาสะโยคะคลาส เนื่องจากผมเตรียมท่าสอนมาเยอะมากๆ(กลัวทุกคนจะไม่คุ้มค่า) จึงทำให้สอนเกินเวลาไปเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว ช่วงสุดท้าย โยคะโอม (ผู้นำเข้าเสื่อโยคะแมนดูกะ เพียงผู้เยวของเมืองไทย) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการฝึกอบรมในครั้งนี้ ก็ได้มอบส่วนลดพิเศษสำหรับผู้โชคดี 2 ท่าน ที่จับรางวัลได้ คือส่วนลดพิเศษในการซื้อเสื่อโยคะแมนดูกะรุ่นใหม่ล่าสุด แบล็คเชอร์รี่(ไม่ใช่แบล็คเบอร์รี่นะจ๊ะ)
โดยส่วนตัวของผมแล้ว ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างจะพอใจกับการอบรมในครั้งนี้ในระดับหนึ่ง เพราะระยะเวลาการเตรียมตัวค่อนข้างมีจำกัด หลังจากไม่ได้ทำเวิร์คชอปมาเกือบปี ผมตั้งใจอยากจะให้การอบรมครั้งนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพราะหากเราจะต้องจัดกิจกรรมลักษณะนี้อีกเรื่อยๆอย่างแน่นอน หากเราจัดได้ประทับใจ ทุกๆคนจะได้บอกต่อๆกัน และให้โอกาส ฟิต สตูดิโอ ได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่มีใจรักในการฝึกโยคะ
สามารถ ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆของ ฟิต สตูดิโอ ได้ที่ www.studiobyfit.com หรือ โทร. 02 650 8282
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฟิต สตูดิโอ ของเรา จะได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในประสบการณ์การฝึกโยคะของคุณ
รบกวนทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อก ทั้งตั้งใจและบังเอิญเข้ามาอ่านก็ดี ทุกความคิดเห็นของท่านมีความสำคัญมากๆสำหรับผม โปรดช่วยแสดงความคิดเห็น ด้านล่างของบทความทุกบทความที่ท่านให้เกียรติเข้ามาอ่าน เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ให้กับผู้เขียนในโอกาสต่อไป หรือหากท่านต้องการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นแบบส่วนตัวหรือเข้าไปเยี่ยมชมรูปภาพของครูจิมมี่ ก็สามารถติดต่อได้ที่ e-mail: jimmythaiyoga@yahoo.com www.facebook.com.โดยค้นหาจาก e-mail ขอบพระคุณมากๆครับ
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
ขอขอบคุณ โยคะโอม โดย คุณวนิดา ธีระกิจมานันทชัย (ผู้นำเข้าเสื่อโยคะแมนดูกะ เพียงผู้เดียวของเมืองไทย) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการฝึกอบรมในครั้งนี้
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เวิร์คชอป:หลักและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน
เวิร์คชอป : หลักและวิธีการฝึกโยคะอาสนะด้วยท่ายืน
วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2553 เวลา 13.00-16.30 น.
ณ. ฟิต สตูดิโอ, มหาทุน พลาซ่า (สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต)
ค่าใช้จ่ายในการอบรมท่านละ 1,000 บาท
(มาสมัครพร้อมกันตั้งแต่ 3ท่านขึ้นไป ลดทันที 10%)
รับจำนวน จำกัด สำรองที่ในการฝึกอบรมและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 650 9242 หรือ 02 650 8282 (โทร.มาจองช้า ที่เต็มไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ)
คิดว่า น่าจะเป็นเวิร์คชอปที่ดีและน่าสนใจครับ...นอกจากนี้ก็ยังอยากให้ทุกคนได้มาเยี่ยมชมบรรยากาศที่ ฟิต สตูดิโอ ของเราด้วยครับ สถาบันของเรามีกิจกรรมหลายอย่างครับไม่ใช่เพียงโยคะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วเราก็ตั้งใจว่า จะมีการจัดเวิร์คชอป ดีดี ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของแต่ละเดือน ซึ่งสามารถติดตามข่าสารต่างๆได้ที่
www.studiobyfit.com
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบทุกๆคนในเวิร์คชอป ของผม ขอบคุณมากครับ
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พระศิวะ เทพแห่งการร่ายรำ ตำนานแห่งโยคะ
พระศิวะ เทพแห่งการร่ายรำ ตำนานแห่งโยคะ
ผู้ฝึกโยคะหลายๆท่าน คงพอจะทราบดีอยู่แล้วว่า พระศิวะ คือเทพแห่งการทำลายล้าง และทรงเป็นบิดาของพระพิฆเณศ นอกจากนี้แล้ว พระศิวะยังทรงเป็นศิลปิน ที่ได้รับการยอมรับว่า ทรงเป็นเจ้าของตำรับการร่ายรำ ระบำฟ้อนแห่งอินเดียเลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะทรงเป็นเทพแห่งศิลปะการร่ายรำ ปางหนึ่งของพระศิวะที่แสดงถึงฐานะของพระองค์ชัดเจนจึงเป็นปางที่ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก ปางนั้นก็คือ ปางนาฏราช (nataraja)
ในตำนานเล่าว่า พระศิวะทรงชักชวนพระนารายณ์ปลอมแปลงโฉมเป็นสามี-ภรรยากันไป ณ ป่าแห่งหนึ่งเพื่อกำราบเหล่าดาบสที่ไม่ตั้งตนบำเพ็ญตบะและบูชาเทพอย่างที่ควร ดาบสกลุ่มนั้นประพฤติตนเหลวไหล ใฝ่ไปในทางชั่วมากกว่าจะอยู่ในศีลในธรรม
เมื่อทั้ง ๒ มหาเทพไปปรากฏตัวในป่านั้นในฐานะของโยคีหนุ่มกับภรรยาสาว (พระนารายณ์ทรงปลอมเป็นภรรยาพระศิวะ) เหล่าดาบสผู้มากกิเลสตัณหาก็พากันมาเวียนวนเกี้ยวพาราสีสาวงามภรรยาของโยคีหนุ่ม โดยไม่สนใจหรอกว่านางเป็นผู้มีคู่มีเจ้าของแล้ว บรรดาเมียๆของดาบสต่างก็ไม่วางตนว่าไม่โสดแล้วต่างก็พากันมาให้ท่าทอดสะพานโยคีรูปงามกันมิเว้นวาย เวลาผ่านไป ก็ไม่มีดาบสผู้ใดพิชิตภรรยาสาวของโยคีได้ ความพิศวาสจึงได้กลายเป็นความเคืองแค้น เหล่าดาบสจึงพากันสาปแช่งโยคีและเมียรักให้มีอันเป็นไป แต่ทว่าคำสาปนั้นกลับไม่เกิดผลใด ๆทั้งสิ้น พวกดาบสนั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าโยคีนั้นคือพระศิวะและภรรยานั้นคือพระนารายณ์ อิทธิฤทธิ์เวทมนต์ใด ๆ ก็มิอาจกร้ำกรายผู้เป็นเทวะได้แน่นอน แต่ด้วยความไม่รู้นั้น จึงยังทำพวกดาบสกำเริบเสิบสานต่อไป พวกดาบสส่งยักษ์ชื่อ มุยะละกะ มาปราบ พระศิวะก็ทรงสำแดงฤทธิ์เดช ใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบอกยักษ์ไว้ แล้วก็ทรงร่ายรำไปในลีลาอันวิจิตรพิสดารยิ่งนัก บรรดาดาบสทั้งหลายจึงยอมศิโรราบ กราบขอขมาต่อพระศิวะโดยดีเมื่อได้ตระหนักว่าตนกำลังอหังการกับมหาเทพเสียแล้ว ณ เทวาลัยในเมืองจิทัมพรัม ได้มีรูปพระศิวะในท่าร่ายรำต่าง ๆ ถึง ๑๐๘ ท่าด้วยกัน
บรรดาผู้ที่สักการะบูชาพระศิวะมักจะไปบูชาพระศิวะ ณ เทวาลัยแห่งนั้นเป็นจำนวนมากในแต่ละปีตามตำนานโบราณกล่าวว่า เมื่อพระศิวะทรงตีกลองเป็นจังหวะอันไพเราะ โลกใบนี้ได้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะกลองนั้นด้วย และเมื่อพระศิวะทรงร่ายรำเคลื่อนไหวพระองค์และพระกรพลิ้วไป ก็เป็นเหตุให้บังเกิดสุริยะจักรวาลขึ้นในบัดนั้นเอง นักระบำของอินเดียจะต้องร่ายรำในท่าบูชาพระศิวะก่อนเสมอ แล้วจึงค่อยร่ายรำในท่าอื่น ๆ ต่อไป สำหรับท่ารายรำทั้ง ๑๐๘ ท่าของพระศิวะนั้น ล้วนเป็นท่าที่ต้องใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ข้อมือ เท้า เอว อก สะโพกหรือแม้แต่กล้ามเนื้อรอบดวงตา ลีลานาฏศิลป์แบบพระศิวะนั้นทั้งงดงามและน่าเกรงขาม นอกจากนี้ นาฏลีลาของพระศิวะนั้นเป็นต้นแบบของท่าฟ้อนรำแบบไทย ๆ เราด้วย ซึ่งได้นำท่าของพระศิวะมาประยุกต์ดัดแปลง เช่นเดียวกับท่าร่ายรำระบำฟ้อนของอีกหลาย ๆ ประเทศ รวมจนถึงท่าฝึกโยคะต่างๆมากมายหลายท่า ซึ่งได้ยอมรับว่ามีต้นแบบมาจากนาฏลีลาของพระศิวะเป็นส่วนมาก ผู้ที่เป็นศิลปินในแขนงการเต้นรำหรือฟ้อนรำมักจะนิยมบูชาขอพรจากพระศิวะให้เกิดความรุ่งเรืองในชีวิต ด้วยการบูชาพระศิวะด้วยดอกลำโพง
จากตำนานข้างต้นนี้เอง จึงทำให้พระศิวะ ได้รับการยกย่องจากผู้ฝึกโยคะทั้งหลายว่า ท่านทรงเป็นปฐมบทของการฝึกโยคะ ที่เป็นตำนานกล่าวขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้
รบกวนทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อก ทั้งตั้งใจและบังเอิญเข้ามาอ่านก็ดี ทุกความคิดเห็นของท่านมีความสำคัญมากๆสำหรับผม โปรดช่วยแสดงความคิดเห็น ด้านล่างของบทความทุกบทความที่ท่านให้เกียรติเข้ามาอ่าน เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ให้กับผู้เขียนในโอกาสต่อไป หรือหากท่านต้องการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นแบบส่วนตัวหรือเข้าไปเยี่ยมชมรูปภาพของครูจิมมี่ ก็สามารถติดต่อได้ที่ e-mail: jimmythaiyoga@yahoo.com www.facebook.com.โดยค้นหาจาก e-mail ขอบพระคุณมากๆครับ
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก http://content.weloveshopping.com/tag/
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ควันหลงจาก Asia Yoga Conference 2010.
(จิมมี่ กับป้าย Yoga Takes Me Here)
เก๋าที่สุด ของงานนี้ ก็คงต้องยกให้ Sri Dharma Mittra เพราะท่าน น่าจะเป็นครูที่อายุมากที่สุด ที่ได้ถูกเชิญมาสอนในงานนี้
ฮาที่สุด ของงานนี้ ก็คงต้องยกให้ Michel Besnard เพราะเขาสอน โยคะหัวเราะ ซึ่งเป็นคลาสพิเศษในงานนี้ ทุกคนที่เข้ามาในงานนี้สามารถเข้าคลาสได้ฟรี แค่กรอกข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนเข้า คลาสเรียน
ทุกครั้งที่ Michel Besnard เจอผมในงาน เขาจะบอกผม ว่ารีบกลับไปดูแลฟาร์มดีกว่า พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง เพราะเขา จำผมได้จากFacebook คือเกมส์ FarmVille ซึ่งผมก็ต้องอธิบายให้เขาฟังยกใหญ่ ว่าที่เห็นเป็นรูปผม จริงๆแล้วเป็นภรรยาของผมที่ใช้รหัสล็อกอินของผมเข้าไปเล่นเสมอๆ ส่วนตัวผมเองแล้วนั้น ไม่เคยเล่นเกมส์ครับ ขอบอก(ก็ต้องขอบคุณภรรยาสุดที่รักของผม ที่ทำให้ โยคะมาสเตอร์หลายๆคนจำผมได้อย่างแม่นยำ)
สูงที่สุด ของงานนี้ ก็ต้องยกให้ Mark Whitwell เพราะเขามีความสูงประมาณ เกือบ 2เมตร เดินไปไหนมาไหนในงานก็จะโดดเด่นมากๆ (ลุงมาร์ค เหมือนเสาโทรเลข ดีๆนี่เอง)
กระทัดรัดที่สุด ของงานนี้ ก็ต้องยกให้ Patrick Creelman ฝรั่งรูปร่างเล็ก แต่กล้ามใหญ่ ศิษย์เอกของ John Friend นอกจากนี้แล้วดูเหมือนในงานนี้เขาจะเป็นครูที่ มีอายุน้อยที่สุดที่ถูกเชิญมาสอนอีกด้วย
การแต่งกายดูมีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมากที่สุด ก็ต้องยกให้ Andrey Lappa ครับ(มาสเตอร์โดเรม่อน อ้วนพลิ้ว) บอกได้คำเดียว ว่าเป็นเอกลักษณ์ ของเอกบุรุษจริงๆครับ เสื้อผ้าที่เขาใส่มีดีไซน์เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร สีของชุดที่เขาใส่ จะขึ้นกับสีประจำวันนั้นๆครับ สุดยอดมากๆ
ผู้หญิงที่แข็งแรงที่สุดในงานนี้ ก็ต้องยกให้ Ana Forrest ครับ เห็นท่าแฮนด์สแตนด์ของเธอ บอกได้คำเดียวผู้ชาย ที่แข็งแรงทั้งหลายต่างก็ต้องอายไปตามๆกันล่ะครับ ถึงแม้อายุเธอ จะ 50กว่าแล้วก็ตาม นอกจากนี้เธอยังเป็นคนที่มีบุคลิกชัดเจนแสดงออกแบบตรงไปตรงมา
ร่าเริง, แจ่มใส, ไฮเปอร์ ที่สุดในงานนี้ ก็ต้องยกให้ Twee Merrigan ครับ สนุกสนาน มนุษยสัมพันธ์ดีทั้งวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สอนแนวกระโดดโรดเต้นได้ทั้งวันเลยครับ ผู้หญิงคนนี้
ยิ้มแย้ม แจ่มใส น่าส่งไปประกวดนางงามมากที่สุด ต้องยกให้ Sandhi Ferriera นอกจากรูปร่างหน้าตาจะดูดีแล้วเวลาที่เธอสอน เธอจะยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลาเลยล่ะครับ
ผมสวยที่สุด ในงานนี้ แน่นอน ต้องยกให้ Sean Corn ครับ นอกจากการพูดในเวลาที่สอนจะน่าฟังและมีพลังแล้ว ทรงผมของเธอก็เป็น อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้บุคลิกของเธอโดดเด่นขึ้นมา
หนวดงามที่สุด ในงานนี้ ก็ต้องยกให้ Dylan Bernstein แต่งานนี้เขาไม่ได้ถูกเชิญมาเป็นครูนะครับ เขามาเป็นนักเรียน หลายๆคลาสก็เข้าเรียนเหมือนกันกับผม หนวดเขาโดดเด่นมากๆ ขอบอก
มางานนี้ เพื่อมาสอนผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องยกให้ Ellen Heed เพราะแต่ละเรื่องที่เธอสอน เป็นเรื่องผู้หญิ๋ง ผู้หญิง พูดง่ายๆว่าไม่มีผู้ชายเรียนกับเธอเลย เพราะคลาสของเธอส่วนใหญ่ไม่อนุญาติให้ผู้ชายอย่างเราๆเข้าไปเรียนครับ(ถอดเสื้อผ้าเรียนกันหรือ ยังไงก็ไม่รู้)
สอนแล้วค้างท่าน๊าน...นานที่สุด แน่นอน ต้องยกให้ Simon Low เพราะว่าเขาสอน Yin Yoga ครับ ผมเคยเข้าคลาสของเขา และสร้างตำนาน ค้างและหลับในท่าที่เขาสอนมาแล้ว(อุตส่าห์ทำได้นะครูจิมมี่)
สุดยอดของ ปรัชญาแห่งโยคะ Yoga Philosophy ก็ต้องยกให้ Carlos Pomeda ครับ เป็นฝรั่งที่อยู่ในแวดวงวิชาการของโยคะระดับนานาชาติมายาวนาน ถ้าเปรียบเทียบกับ บ้านเรา ก็ อาจารย์กวี คงภักดีพงษ์เลยครับ อาจจะไม่เหมือนสะทีเดียว แต่แนวเดียวกันครับ
สุดยอดของ อายุรเวท ก็ต้องยกให้ Dr. Madhavan ครับ ท่านสอนอายุรเวท ต้นตำหรับจากอินเดียขนานแท้แน่นอน นอกจากนี้ท่านก็สอนโยคะบำบัดด้วยครับ
โมเดิร์น อินเดีย นำศาสตร์ของตะวันออกมาประยุกต์กับศาสตร์ของตะวันตกได้อย่างลงตัว ในแนวโยคะบำบัดสมัยใหม่ ก็ต้องคนนี้เลยครับ Ganesh Mohan
สุดยอดของการ Dance แบบอินเดีย ฝ่ายชาย สำหรับงานนี้ ก็ต้อง Hari Om
สุดยอดของการ Dance แบบอินเดีย ฝ่ายหญิง สำหรับงานนี้ ก็ต้อง Hemalayaa คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็นผลงานของเธอ จาก ดีวีดีบ้างไม่มากก็น้อย
ดูสมถะที่สุดในงานนี้ น่าจะเป็น Govinda Kai ภาพลักษณ์ เหมือนหลวงจีน ในภาพยนตร์จีน ยังงัย ยังงั้นเชียว(อามิตตาพุทธ)
ครูสอนโยคะที่แต่งตัวเดินออกจากห้องหลังจากที่คลาสจบแล้ว ไม่มีใครคิดว่าเป็นครูโยคะ ก็ต้อง Jason Crandell กลมกลืนกับคนอื่นมากๆ แต่งตัวสบายๆ รองเท้าผ้าใบ กางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าคล้ายๆกระเป๋าใส่เอกสารเฉียงลำตัว ดูคล้ายๆพวกทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ซะมากกว่า(ถ้าไม่บอกก็คงไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นครูสอนโยคะ)
สุดยอด ของวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว และสรีระวิทยา ก็ต้องยกให้ Judy Krupp คนนี้ของจริงครับ ขอบอก(เธอคือเจ้าแม่แห่ง Yoga Anatomy และโยคะบำบัดอีกคนหนึ่ง)
สุดยอดครูโยคะจากเมืองไทยของเรา ฝรั่งหัวใจไทย Paul Dallaghan จากโยคะไทยแลนด์ เกาะสมุย ก็ถูกเชิญมาสอนในงานนี้ ในเรื่องของอัษฎางคโยคะ และปราณยามะ
นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีครูคนอื่นๆอีกมากมายที่ถูกเชิญมาในงานนี้ แต่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยและไม่ได้กล่าวถึง อาทิเช่น David Moreno, Gahl Sasson, Geshe Michael Roach, Lama Chistie McNally, Rebecca Pflaum, Sudhakar Dheenan, Yogi Vishveketu...
และนี่ก็คือประมวล ควันหลงจากมหกรรมโยคะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย Asia Yoga Conference 2010.ของผม
Asia Yoga Conference 2011 จะจัดขึ้น ในวันที่ 9 - 12 มิถุนายน 2554 เผื่อมีใครสนใจจะไป จะได้เตรียมตัวเก็บเงินไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ส่วนผมก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ปีหน้าจะได้ไปร่วมงานนี้อีกหรือไม่
แต่ที่รู้ๆ ปีนี้ โยคะได้นำพาให้ผม บินลัดฟ้าจากเมืองไทยมาที่ฮ่องกงนี้เป็นปีที่สามติดต่อกัน(ดังสโลแกนตามป้ายที่ผมไปยืนถ่ายรูป ตอนต้นของบทความนี้)
รบกวนทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อก ทั้งตั้งใจและบังเอิญเข้ามาอ่านก็ดี ทุกความคิดเห็นของท่านมีความสำคัญมากๆสำหรับผม โปรดช่วยแสดงความคิดเห็น ด้านล่างของบทความทุกบทความที่ท่านให้เกียรติเข้ามาอ่าน เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ให้กับผู้เขียนในโอกาสต่อไป หรือหากท่านต้องการส่งข้อความแสดงความคิดเห็นแบบส่วนตัวหรือเข้าไปเยี่ยมชมรูปภาพของครูจิมมี่ ก็สามารถติดต่อได้ที่ e-mail: jimmythaiyoga@yahoo.com www.facebook.com.โดยค้นหาจาก e-mail ขอบพระคุณมากๆครับ
นมัสเต,
จิมมี่โยคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ป้ายกำกับ
- Jimmy Thai Yoga (75)
- ่่Jimmy Yoga (1)














.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
























